ในปัจจุบันผู้ที่สนใจการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่า มือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ อุปกรณ์สำคัญที่เรียกว่าของมันต้องมีก็คือ นาฬิกาข้อมือที่สามารถใช้วัดระยะทาง วัดอัตราการเต้นของหัวใจ คำนวนการเผาผลาญพลังงาน

Garmin Forerunner นาฬิกาสำหรับกลุ่มนักวิ่ง ด้วยคุณสมบัติที่บางเบา ใส่สบาย คล่องตัวในการวิ่ง โดยมีภาพและรายละเอียดมาก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 3 รุ่นดังนี้

เริ่มต้นด้วยรุ่นเล็กอย่าง Forerunner 45 ที่มาแทนที่ FR35 ที่มาพร้อมฟีดเจอร์พื้นฐาน ด้วยการรองรับ GPS เพื่อวัดระยะทาง, อัตราการเต้นของหัวใจ, การนับก้าว, นับแคลลอรี่, VO2max

เปลี่ยนรูปทรงจาก FR35 ทรงสี่เหลี่ยมมาเป็นตัวเรือนโพลีคาร์โบเนตแบบวงกลม เปลี่ยนจากจอขาวดำเป็นจอสีแบบ MIP ที่สามารถมองได้อย่างชัดเจนทั้งกลางแจ้งและในร่ม ปุ่มควบคุม 5 ปุ่มที่ใช้งานได้สะดวกในขณะวิ่ง ใช้สายชาร์จผ่านพอร์ต USB ที่เสียบชาร์จและซิงค์ข้อมูลโดยตรงโดยไม่ต้องใช้แท่นชาร์จ
คาดว่าจะวางขายในราคา 199 USD

มาต่อกับรุ่นยอดนิยมสำหรับนักวิ่ง Forerunner 245 ตัวแทนรุ่น FR235 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2016 ที่หลายคนรอคอยมาอย่างยาวนาน มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่หมดจด รองรับดาวเทียม 3 ระบบ ได้แต่ GPS, Glonass, Galileo เพื่อความแม่นยำ

มาพร้อมคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับนักวิ่งระดับเริ่มต้นจนถึงมืออาชีพ วัดระยะทาง, อัตราการเต้นของหัวใจ, การนับก้าว, นับแคลลอรี่, VO2max และ Training Status สำหรับการฝึกซ้อมอย่างเข้มเข้น, Music ที่ใช้ฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth

ตัวเรือนโพลีคาร์โบเนต ขนาดใกล้เคียงกับ FR645 มาพร้อมสายซิลิโคนที่สามารถเปลี่ยนสายได้อย่างง่ายด้วยด้วยระบบ quick release หน้าจอสีแบบ MIP ที่สามารถมองเห็นได้ชัดทั้งกลางแจ้งและในร่ม ใช้สายชาร์จผ่านพอร์ต USB ที่เสียบชาร์จและซิงค์กับตัวเรือนโดยตรงไม่ต้องใช้แท่นชาร์จ
คาดว่าจะวางขายในราคา 299 USD ในรุ่นปกติ และ 349 USD ในรุ่น Music

และสุดท้ายสำหรับรุ่นใหญ่อย่าง Forerunner 945 นาฬิกาในรุ่นที่สายไตรกรีฬาทุกรอคอย หลังจากที่ Garmin เปิดตัวนาฬิกาสำหรับนักไตรกีฬา ในปี 2017 ด้วยการเปลี่ยนรูปทรงจากสี่เหลี่ยมเป็นวงกลม ซึ่งถูกใจมากๆกับแฟนๆ แต่ด้วยฟีดเจอร์บางอย่างที่อาจจะด้อยกว่ารุ่นสูงสุดอย่างตระกูล Fenix จนมาถึง FR945 นักไตรตัดสินใจได้เลยเพราะฟีดเจอร์ที่เรียกว่าจัดเต็ม

เริ่มจากตัวเรือนโพลีคาร์โบเนตทรงกลม นำ้หนักเบา ขนาดและรูปทรงใกล้เคียงกับ FR935 มาพร้อมสายซิลิโคนที่บางเบา สามารถใส่ต่อเนื่องได้ในระยะเวลานานและคล่องตัวแบบการเล่นไตรกีฬา ควบคุมและเข้าถึงเมนูการใช้งานด้วยปุ่ม 5 ปุ่ม เอกลักษณ์ของนาฬิกาตระกูล Forerunner จะไม่รองรับระดับจอสัมผัส ซึ่งเป็นการออกแบบที่เหมาะสมเพราะในขณะที่ออกกำลังกาย ต้องมีการเจอน้ำ เจอเหงื่อ ซึ่งการใช้ปุ่มจะทำให้ควบคุมนาฬิกาได้แม่นยำกว่า

มาพร้อมคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับนักวิ่งระดับเริ่มต้นจนถึงมืออาชีพ วัดระยะทาง, อัตราการเต้นของหัวใจ, การนับก้าว, นับแคลลอรี่, VO2max, Training Status, ฟังก์ชั่นไตรกีฬาที่สามารถเซตรายละเอียดขณะแข่งขัน, ระบบแผนที่นำทาง, Music ที่ใช้ฟังเพลงผ่านหูฟัง bluetooth, Garmin Pay สำหรับใช้จ่ายแทนบัตรเครดิต และ First Beat ที่ใช้นาฬิกาจะคำนวนสภาพร่างกายหลังจากการออกกำลังกายในแต่ละช่วงเวลา

หน้าจอสีแบบ MIP ที่สามารถมองเห็นได้ชัดทั้งกลางแจ้งและในร่ม ใช้สายชาร์จผ่านพอร์ต USB ที่เสียบชาร์จและซิงค์กับตัวเรือนโดยตรงไม่ต้องใช้แท่นชาร์จ

น่าเสียดายที่ Garmin อาจจะตัดฟังก์ชั่นวัดปริมาณอ๊อกซิเจนในกระแสเลือดเหมือนที่มีใน Fenix 5 Plus แต่แลกกับการที่นาฬิกาน้ำหนักเบากว่าเท่าตัว ซึ่งเห็นผลมากๆเมื่อต้องใส่นาฬิกาต่อเนื่องเป็นเวลานานทั้งการฝึกซ้อมและแข่งขันสำหรับนักกีฬาระดับมืออาชีพ
คาดว่าจะวางจำหน่ายราคาประมาณ 599 USD

Garmin จะวางจำหน่าย Forerunner 45, 245 และ 945 ที่สหรัฐอเมริกาช่วงกลางปี 2019 ในส่วนของสเปคและราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง คงต้องติดตามข้อมูลอัพเดทในวันที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่ที่แน่ๆสำหรับนักวิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนนาฬิกาจากรุ่นเดิมหรือกำลังจะหาซื้อนาฬิกาใหม่ เตรียมตัวเสียเงินให้กับ Forerunner ตามงบประมาณและการใช้งานได้เลย