Words: MrBuai

เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ยิ่งเข้าสู่ฤดูร้อนก็เรียกว่าแทบจะที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ทำให้การใส่นาฬิกาข้อมือในสภาพที่เหงื่อออกแทบทั้งวัน เป็นเรื่องเล็กที่ไม่เล็กไปเสียแล้ว ครั้นจะใส่นาฬิกาสายหนังแบบฝรั่งเมืองหนาวก็คงไม่เหมาะ เราลองมาดูกันดีกว่า ว่านาฬิกาแบบไหนที่เหมาะกับฤดูร้อนของไทยกันบ้าง

Ceramic Bracelet: CHANEL J12

นาฬิกาสายเซรามิก
วัสดุชนิดใหม่ล่าสุดที่มีน้ำหนักเบา ทนทานต่อรอยขีดข่วน ทนต่อการกัดกร่อนของเหงื่อสามารถใส่ได้ทั้งวัน ล้างทำความสะอาดง่าย แต่ก็มีจุดอ่อนตรงที่มีความเปราะกว่าโลหะ ถ้าใส่ทำกิจกรรมที่ต้องเสี่ยงต่อการกระแทกรุนแรงมากอาจจะทำให้เกิดการแตกหักเสียหายได้ แถมยังมีตัวเลือกแบรนด์, รูปแบบตัวเรือนและฟังก์ชั่นน้อยมากเมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ

Titanium Bracelet: SEIKO LX Line

นาฬิกาสายไทเทเนียม
นาฬิกาสายไทยเทเนียมน้ำหนักเบาใส่สบาย แถมวัสดุก็ยังทนการกัดกร่อนจากเหงื่อได้เป็นอย่างดี ซึ่งไทเทเนี่ยมตัดปัญหาเรื่องสนิมไปได้เลย และยังไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับผิวหนังอีกด้วย แต่ไทเทเนี่ยมก็ยังราคาสูง เกิดริ้วรอยได้ง่ายและแก้ไขยากอีกด้วย

Stainless Steel Bracelet: Rolex Submariner, Daytona, GMT master II

นาฬิกาสายสเตนเลสสตีล
วัสดุยอดนิยมตลอดกาล สามารถใส่ได้กับทุกสภาวะอากาศ สามารถทนเหงื่อได้เป็นอย่างดี ทำความสะอาดได้ง่าย อายุการใช้งานยาวนาน แต่มีข้อด้อยตรงที่มีโอกาสเกิดสนิมตามซอกมุมที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง และน้ำหนักมากกว่าสายไทเทเนียมหรือเซรามิก แต่ราคาที่ถูกกว่า มีตัวเลือกแบรนด์, รูปแบบตัวเรือน และฟังก์ชั่นให้เลือกหลากหลายมากกว่า

Rubber Strap: AP Royal Oak Offshore

นาฬิกาสายยาง
เหมาะสมมากที่สุดสำหรับฤดูร้อนของเมืองไทย เพราะสามารถทนทานต่อเหงื่อได้เป็นอย่างดี และไม่มีกลิ่นเหม็น ล้างทำความสะอาดได้ง่าย แต่อาจจะต้องเลือกชนิดของสายยางสักหน่อย เพราะมีหลายชนิด ตั้งแต่ยางแท้, ซิลิโคน หรือเรซิน ซึ่งบางคนอาจจะมีอาการแพ้ยางแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน และสายยางก็มีอายุการใช้งานที่จำกัดเมื่อเทียบกับสายโลหะทั้ง 3 ชนิดที่กล่าวมา

นอกจากเลือกใส่นาฬิกาให้เหมาะสมกับสภาพอากาศแล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพให้พร้อม ด้วยการดื่มน้ำสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการออกแดด หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องทาครีมกันแดดหรือกางร่ม และเลือกสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เหมาะสมกับฤดูร้อนกันด้วย