Audemars Piguet Royal Oak ‘Jumbo’ Extra-Thin Collection Ref.16202 เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี อย่างยิ่งใหญ่

Ad 2
ADVERTISEMENT

หลังจากที่ Audemars Piguet ประกาศหยุดการผลิตนาฬิกา Royal Oak “Jumbo” Extra-Thin Ref.15202st ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปี ‘Royal Oak’ ตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปี 2021 โดยนาฬิกาในซีรีย์นี้ยังมีรุ่นพิเศษและรุ่นที่ผลิตด้วยวัสดุอื่น ๆ อาทิ  Royal Oak Jumbo Extra-Thin Salmon Dial วัสดุ White Gold 18K หน้าปัดสี Salmon ในปี 2019, Royal Oak ‘Jumbo’ Extra-Thin Special Edition 15206PT & 15207OR วัสดุ Platinum และ Rose Gold หน้าปัดประดับเพชร ที่ผลิตเป็นพิเศษเพื่อวางจำหน่ายที่ร้าน Yoshida ในปี 2020 และล่าสุดกับ Royal Oak Extra-Thin 950 Platinum Smoked Green Sunburst วัสดุ Platinum ที่มาพร้อมกับหน้าปัดสีเขียวแบบรมดำที่ใช้การขัดแต่งลวดลาย Sunburst แทนการสลักลวดลาย Petite Tapisserie เหมือนรุ่นอื่น ๆ โดยกลายเป็นนาฬิการุ่นส่งท้ายก่อนจะหยุดผลิตในปี 2021 

จนมาถึงปี 2022 Audemars Piguet เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ‘Royal Oak’ Ref.5402 นาฬิกา Sport Luxury รุ่นแรกของโลกที่เปิดตัวในปี 1972 ด้วยคอลเลกชั่นนาฬิกาสุดพิเศษในรหัส Ref.16202 ที่นำรายละเอียดจาก Royal Oak รุ่นดั้งเดิม มาใส่ไว้อย่างครบถ้วน และมีการปรับปรุงในส่วนของกลไกจักรกลภายในใหม่หมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับนาฬิการุ่นนี้

เริ่มต้นด้วยหน้าปัดแกะสลักลวดลาย Petite Tapisserie พร้อมเคลือบสีน้ำเงิน “Bleu Nuit, Nuage 50” หรือ “Night blue, Cloud 50” ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดย Stern Frères ผู้ผลิตหน้าปัดที่มีชื่อเสียงจาก Genevé ด้วยเทคนิค Galvanic bath ทำให้เกิดสีน้ำเงินเข้มหลังจากนั้นมีการเคลือบสีดำ n° 50 เล็กน้อย โดยทั้งหมดถูกเคลือบสีแบบ PVD (Physical Vapor Deposition) ซึ่งจะทำให้หน้าปัดนาฬิกาในคอลเลกชั่นนี้ทุกเรือนจะมีสีที่สม่ำเสมอกัน

มีการใส่รายละเอียดที่ถูกยกมาจาก Royal Oak รุ่นดั้งเดิม ปี 1972 อย่างโลโก้ ‘AP’ ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา หลักชั่วโมงและเข็มชั่วโมง-นาทีทรง Baignoire หรือทรงวงรีแบบอ่างอาบน้ำพร้อมหยอดสารเรืองแสง Super Luminova ลงไป มีการพิมพ์ตัวอักษร ‘Automatic’ ไว้ใต้ชื่อแบรนด์ Audemars Piguet ตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา มีหน้าต่างวันที่สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา มีการพิมพ์ตัวอักษร ‘Swiss Made’ ไว้ระหว่างหลักชั่วโมงตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งเป็นรูปแบบที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ยุค 1980s แทนที่ ‘Swiss’ จากรุ่นดั้งเดิม

ในส่วนของกลไกจักรกลภายใน AP ได้เปลี่ยนมาใช้กลไกรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Cal.7121 Automatic In-House ที่ใช้เวลาในการพัฒนาถึง 5 ปี จนได้กลไกที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนมากถึง 268 ชิ้น แต่มีความหนาเพียง 3.2 มิลลิเมตร และสามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 55 ชั่วโมง ซึ่งเดินได้อย่างเที่ยงตรงด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง หรือ 4Hz และมาพร้อมชุดกลไกเซ็ตวันที่แบบ Quick Date ใช้ Rotor ขึ้นลานวัสดุ Pink Gold 22K เคลือบ Rhodium ฉลุลวดลาย 50th Years และขัดแต่งลวดลาย Côtes de Genève ด้วยเทคนิค Traits tirés  และ Circular Graining อย่างประณีตงดงาม แทนที่กลไก Cal.2121 ที่ออกแบบโดย JLC มาตั้งแต่ปี 1972-2021 ซึ่งมีความบางที่สุดในขณะนั้น (3.05 มิลลิเมตร) 

AP ยังคงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ Royal Oak Jumbo เอาไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยตัวเรือน Stainless Steel ขนาด 39 มิลลิเมตร หนา 8.1 มิลลิเมตร และสายนาฬิกาพร้อม Folding buckle ที่ผ่านการขัดแต่งเหลี่ยมมุมและลวดลาย Satin ด้วยมือของช่างฝีมือในทุกขั้นตอน ใช้กระจกหน้าปัดและฝาหลัง Sapphire เคลือบตัดแสงสะท้อน ขอบหน้าปัด 8 เหลี่ยมผนึกแน่นกับตัวเรือนและฝาหลังด้วยสกรู White gold 18K กันน้ำลึก 50 เมตร 

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวนาฬิกา Royal Oak ‘Jumbo’ Extra-Thin ในรุ่นตัวเรือน Rose Gold 18K พร้อมหน้าปัดสีเทาแบบ Smoked สลักลวดลาย Petite Tapisserie ใช้ Rotor Rose Gold 22K, รุ่นตัวเรือน Yellow Gold 18K พร้อมหน้าปัดสีทองแบบ Smoked สลักลวดลาย Petite Tapisserieใช้ Rotor Yellow Gold 22K และรุ่นตัวเรือน Platinum 950 พร้อมหน้าปัดสีเขียวแบบ Smoked ขัดแต่งลวดลาย Sunburst ใช้ Rotor Pink Gold 22K เคลือบ Rhodium

Ad 3
ADVERTISEMENT

Audemars Piguet Royal Oak ‘Jumbo’ Extra-Thin Collection

Ref.16202ST.OO.1240ST.01 Stainless Steel
ราคา 1,174,200 บาท 

Ref.16202OR.OO.1240OR.01 Rose Gold 18K
ราคา 2,497,800 บาท

Ref.16202BA.OO.1240BA.01 Yellow Gold 18K
ราคา 2,497,800 บาท 

Ref.16202PT.OO.1240PT.01 Platinum 950
ราคา 4,043,300 บาท 

วางจำหน่าย ภายในปี 2022
รายละเอียดเพิ่มเติม audemarspiguet.com

Initial Thoughts 

สำหรับ Royal Oak ถือเป็นนาฬิกาที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับ Audemars Piguet เลยทีเดียว เพราะด้วยรูปลักษณ์ที่ผ่านการออกแบบอย่างเฉียบขาด โดย Gérald Genta นักออกแบบนาฬิการะดับโลก ตั้งแต่ปี 1972 ซึ่งระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา เป็นการยืนยันแล้วว่า นาฬิการุ่นนี้คือ Sport Luxury  สุดคลาสสิกที่มีดีไซน์เหนือกาลเวลาตลอดกาล

Ad 4
ADVERTISEMENT