H.Moser & Cie. Endeavour Concept Tourbillon Tiger’s Eye นาฬิกาหินดวงตาพยัคฆ์

H.Moser & Cie. ใช้เวลากว่า 5 ปี ก่อนพร้อมที่จะเปิดตัวนาฬิกาในคอลเลกชั่น Endeavour Concept ในปี 2020 ที่โดดเด่นด้วยความเรียบหรูของหน้าปัดไร้โลโก้และหลักชั่วโมง แต่สามารถใส่ฟังก์ชั่นในระดับ Grand Complication อย่าง Endeavour Concept Minute Repeater Tourbillon ที่นับว่ามีความซับซ้อนสูงมากได้อย่างลงตัว

ปีนี้ Moser ต่อยอดความสำเร็จให้กับคอลเลกชั่น Endeavour Concept อีกครั้ง ด้วยหน้าปัดที่ผลิตจากหิน Tiger’s Eye ที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่เรียกว่า “Pseudomorphosis” ทำให้เกิดการทับซ้อนของเส้นใยจนกลายเป็นลวดลายเส้นตามแนวตั้ง ซึ่งแต่ละเรือนจะมีลวดลายที่ไม่ซ้ำแบบกัน 

โดยหน้าปัดยังคงรูปแบบตามแนว Minimalist ที่ไม่มีโลโก้ของแบรนด์และหลักชั่วโมงใด ๆ บอกเวลาด้วยชุดเข็มชั่วโมง-นาทีทรงใบไม้ และมีหน้าต่างทรงกลมแสดงการทำงานของกรง One-Minute Flying Tourbillon ที่ใช้สะพานยึดแบบฉลุทำให้ดูโปร่งตามากขึ้น โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Falcon’s Eye โทนสีน้ำเงินอมเทา และ Ox’s Eye โทนสีน้ำตาลอมแดง 

ตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร หนา 11.2 มิลลิเมตร ใช้กระจกหน้าปัด Sapphire กันน้ำลึก 30 เมตร โดยมีวัสดุให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ White Gold 18K, หน้าปัด Falcon’s Eye, สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน และ Red Gold 18K, หน้าปัด Ox’s Eye, สายหนังจระเข้สีน้ำตาล โดยใช้ Pin Buckle วัสดุเดียวกับตัวเรือน 

นาฬิกาทั้งสองรุ่น ขับเคลื่อนด้วยกลไก Automatic In-House Cal.HMC804 ความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง ใช้ Double Flat Hairspring ที่ทำให้จุดของการเคลื่อนไหวของแรงโน้มถ่วง เมื่อสปริงมีการขยายตัวได้ถูกแก้ไข และลดแรงเสียดทานที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ใช้ Rotor ทองคำ 18K เข้าลาน 2 ทิศทาง และขัดแต่งกลไกอย่างประณีตงดงามด้วยลวดลาย Moser Stripes

H.Moser & Cie. Endeavour Tourbillon Concept Tiger’s Eye 

Ref.1804-0222 Falcon’s Eye – White Gold
Ref.1804-0401 Ox’s Eye – Red Gold
ผลิตจำนวนจำกัดรุ่นละ  50 เรือน 
ราคา 69,000 CHF 

วางจำหน่าย พฤษภาคม 2021 
รายละเอียดเพิ่มเติม h-moser.com

Initial Thoughts 

H.Moser เลือกนำ Tiger’s Eye หรือหินธรรมชาติกึ่งสูงค่า โดยในอดีตถูกยกให้เป็นเครื่องรางของขลังด้านโชคลาภและสุขภาพ อาทิ ทหารโรมันเคยนำไปห้อยคอเพื่อให้แคล้วคลาดในการรบ หรือในช่วงยุคกลางก็ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องรางขับไล่สิ่งชั่วร้าย ซึ่งนอกจากจะเป็นหินหายากแล้ว กรรมวิธีในการผลิตยังยากขึ้นไปด้วย ทำให้ผลิตหน้าปัดสำหรับนาฬิกาได้เพียงปีละ 20 เรือน เท่านั้น