ในปี 2564 กับการได้รับเลือกให้เป็น Friend of the Brand คนล่าสุดของ Breitling ภายใต้แคมเปญ ‘Chosen, Not Given’ ตอกย้ำสิทธิของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจ รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และสามารถเลือกในสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเองได้โดยไม่ต้องรอใครมาหยิบยื่น ซึ่งซินดี้ได้ถ่ายทอดแนวคิดนี้ไว้ชัดเจนมากๆ ผ่านคาแร็กเตอร์ของผู้หญิงทำงานที่มีความสวยสง่าและอ่อนหวาน มาพร้อมความสามารถ ประสบการณ์ บวกความมั่นใจ กล้าตัดสินใจในการเลือกกำหนดชีวิตของตัวเองและเป็นพลังขับเคลื่อนให้สังคม 

“สำหรับสามคอลเลกชั่นไฮไลท์ของไบรทลิ่ง ซินดี้ชอบที่มันมีความเฟมินีนอยู่ แต่ก็ไม่ได้เฟมินีนจ๋า ดูคลาสสิกและคูลในเวลาเดียวกัน เหมาะกับบุคลิกและสไตล์ที่เราเป็น ส่วนตัวชอบนาฬิกาที่ไซส์ใหญ่หน่อยค่ะ ซึ่งเราใส่แบบนี้มานานแล้วนะ เพราะว่าเป็นคนค่อนข้างไว มีแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ ทำนู่นทำนี่ตลอด นาฬิกาก็เลยต้องดูทะมัดทะแมงและเน้นที่การใช้งาน” เธอเอ่ยถึงนาฬิกา Chronomat Collection ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วมสมัยผสานสไตล์เรโทรของสายสตีล, คอลเลกชั่น Navitimer กับลุคเท่คลาสสิกด้วยหน้าปัดมุกสวยงามสง่า ที่มาพร้อมสายหนังจระเข้สีน้ำตาล และคอลเลกชั่น Superocean ดีไซน์สปอร์ต คล่องตัวด้วยสายยาง ที่มาพร้อมสีขาวสุดหรู

“แคมเปญ ‘Chosen, Not Given’ ของไบรทลิ่งเป็นอะไรที่เหมาะเจาะกับแนวคิดของเรามากเลยค่ะ เพราะตัวซินดี้เองก็มีเรื่องราวเหมือนกันตอนเป็นวัยรุ่น มีผู้ชายมาชอบและเขาอยากจะเอาของขวัญมาให้ คุณแม่ซินดี้ก็ถามก่อนเลยว่าใครให้มา แล้วแม่ก็บอกให้เอาไปคืน บอกว่าการที่เรารับอะไรมาเร็วเกินไป โดยที่ความสัมพันธ์ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย ระวังเราจะต้องใช้อะไรคืนเขาหรือเปล่า และไม่เฉพาะแค่เรื่องผู้ชาย แต่เรื่องอื่นๆ ก็ด้วย เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ได้มาฟรี”

“ผู้หญิงสมัยนี้สามารถหารายได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งใคร เราเลือกเองได้หมด ตั้งแต่เรื่องเสื้อผ้า แอ็กเซสเซอรี่ ไปจนถึงผู้คนที่เข้ามาอยู่ในชีวิต หรือแม้แต่การเลือกเสพสิ่งต่างๆ จากทีวีหรือโซเชียลมีเดีย เราสามารถตั้งคำถามเพื่อที่จะเลือกและกรองได้ ไม่ใช่รับมาทั้งหมด ถ้าคิดแบบนี้ได้ เราก็จะมี ownership ในทุกๆ อย่างของชีวิตค่ะ” และนี่คือการตีความคำว่า ‘Chosen, Not Given’ ในแบบของเธอ