ฟังก์ชั่น Chronograph สำหรับนาฬิกาข้อมือถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในยุค 1930s โดยเริ่มต้นแบบ Monopusher ซึ่งปุ่ม Start-Stop-Reset ถูกวางรวมไว้ในตำแหน่งเดียวกับเม็ดมะยม และมีการพัฒนาแยกปุ่ม Start-Stop และปุ่ม Reset มาเป็น 2 ปุ่มในแบบปัจจุบัน ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีการพัฒนาฟังก์ชั่น ‘Flyback Chronograph’ ที่ทำให้นาฬิกาจับเวลาเรือนนั้นสามารถ Reset เวลาและเริ่ม Start ได้ทันทีโดยไม่ต้องกด Stop ก่อน ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตและนักบินรบ ที่ต้องการนาฬิกาจับเวลาที่มีความรวดเร็วและแม่นยำโดยไม่สูญเสียจังหวะสำหรับการตัดสินผลแพ้ชนะหรือแม้กระทั่งความเป็นความตาย 

Frederique Constant คิดค้นและผลิตกลไก Flyback Chronograph ที่มีความซับซ้อนสูงในโรงงานของตนเอง โดยมาพร้อมกับตัวเรือนที่ผลิตจากวัสดุ Stainless Steel เคลือบสี Rose Gold ขนาด 42 มิลลิเมตร ปุ่มจับเวลาทรงแบนสุดคลาสสิก หน้าปัดสีน้ำตาลขัดแต่งแบบ Sunray สลับกับวงหน้าปัดย่อยบอกวินาทีตรงตำแหน่ง 9 นาฬิกา, บอกวันที่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา, บันทึกเวลาต่อเนื่อง 30 นาที ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา แบบ Tri-Compax และขอบ Tachymeter Scale สีขาว ชุดเข็มและหลักชั่วโมงเคลือบสี Rose Gold 

กระจกหน้าปัดและฝาหลัง Sapphire โชว์การทำงานของกลไก Automatic Chronograph แบบ In-House Cal.FC-760 ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 38 ชั่วโมง จับเวลาต่อเนื่องสูงสุด 30 นาที พร้อมฟังก์ชั่น Flyback ที่สามารถเริ่มจับเวลาใหม่โดยที่ไม่ต้องหยุดจับเวลาก่อน และมาพร้อมกับสายหนังจระเข้สีน้ำตาลเข้ม กันน้ำลึก 50 เมตร

นอกจากนี้ยังมีรุ่นตัวเรือน Stainless Steel พร้อมหน้าปัดสีนำ้เงินเข้มสลับสีเงิน ชุดเข็มและหลักชั่วโมงสีเงิน มาพร้อมสายหนังจระเข้สีนำ้เงินให้เลือก สำหรับคนที่ชื่นชอบนาฬิกาตัวเรือนสีเงิน

Frederique Constant Flyback Chronograph Manufacture

Ref.FC-760CHC4H4 หน้าปัดสีน้ำตาล 
ราคา 175,000 บาท

Ref.FC-760NS4H6 หน้าปัดสีน้ำเงิน
ราคา 158,500 บาท 

วางจำหน่าย มกราคม 2021 
รายละเอียดเพิ่มเติม frederiqueconstant.com

Initial Thoughts 

กลไกจับเวลาแบบ Flyback Chronograph มีความซับซ้อนสูงกว่ากลไกจับเวลาทั่วไป จึงไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่จะมีคอลเลกชั่นนี้ได้ แต่ Frederique Constant มีแผนกคิดค้นและพัฒนากลไกที่สามารถผลิตกลไกจับเวลาแบบนี้ได้ภายในโรงงานของตนเอง และต้องยอมรับว่าทำออกมาได้ดีมาก รวมทั้งหน้าตาสุดคลาสสิกที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปแล้ว