WATCHESSIAM ได้คัดเลือก 5 สุดยอดคอลเลกชั่นนาฬิกา Chronograph Watch ประจำปี 2020 ที่ผ่านมา โดยพิจารณาจากคุณสมบัติทั้งประวัติความเป็นมา, การออกแบบ, วัสดุ, กลไก อันมีความยอดเยี่ยมและน่าประทับใจ มานำเสนอเพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับคุณผู้อ่านทุกท่าน ต่อเนื่องจาก 5 Best Diver’s Watch Collection 2020 และ 5 Best Dress Watch Collection 2020

Breitling AVI Ref.765 1953 Re-Edition

สำหรับวงการการบิน Breitling คือแบรนด์นาฬิกาที่ยืนหนึ่งมาตลอดตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าฟังก์ชั่นที่เหมาะสมกับนาฬิกาสำหรับนักบินมากที่สุด นั่นคือ Chronograph Watch เพราะนักบินทุกคนต้องอาศัยนาฬิกาจับเวลาในการคำนวณค่าต่าง ๆ ระหว่างการบิน ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา, ความเร็วของการเดินทางทั่วไป จนถึงงานเฉพาะทางอย่างการคำนวณเวลาการทิ้งระเบิดสำหรับนักบินรบ 

ปี 2020 ที่ผ่านมา Breitling หยิบยกเอานาฬิกาสำหรับนักบินระดับตำนานในอดีตอย่าง ‘Co-Pilot’ กลับมาผลิตอีกครั้งในแบบ Re-Edition ที่คงรูปแบบหน้าปัดจับเวลาแบบ Tri-Compax พร้อมหลักชั่วโมงเลขอารบิกและชุดเข็มสีขาวตัดกับหน้าปัดสีดำด้าน ที่สามารถอ่านค่าเวลาได้ง่ายทั้งในสภาพแสงสว่างจ้าหรือที่มืดแบบในห้องนักบิน และที่สำคัญนาฬิกาเรือนนี้ใช้กลไก Chronograph แบบไขลานเหมือนรุ่นดั้งเดิมเป๊ะ ซึ่งหาได้ยากในนาฬิกาจับเวลากลไกจักรกลในปัจจุบัน 

รายละเอียดนาฬิกา

Zenith Chronomaster A386 Revival Manufacture Edition

ถ้าได้ลองศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของนาฬิกาข้อมือจับเวลากลไก Automatic ที่สามารถขึ้นลานได้แบบอัตโนมัติเริ่มต้นขึ้นในปี 1969 ซึ่งหนึ่งในแบรนด์แถวหน้าของยุคนั้นก็คือ Zenith ที่มาพร้อมกับกลไกตระกูล ‘El Primero’  กลไก Automatic Chronograph รุ่นแรกของโลกที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นกลไกจับเวลาแท้ ๆ โดยที่ไม่ต้องอาศัย Module จับเวลาไปเชื่อมต่อกับกลไก Automatic ปกติ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ ทำให้กลไกชนิดนี้จะมีความทนทานสูงกว่าเมื่อถูกใช้งานจับเวลาแบบต่อเนื่อง

หลังจากที่ Zenith ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ให้กับคอลเลกชั่น ‘El Primero’ ตั้งแต่ปี 2019 ต่อเนื่องถึงปี 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีการค้นพบหน้าปัดนาฬิกาแบบ Tri-Compax โทนสีแปลกตาที่เคยถูกออกแบบเอาไว้ตั้งแต่ยุค 1960s แต่ไม่ได้ถูกนำมาผลิตจริง ในกล่องเครื่องมือของ Charles Vermot ผู้ให้กำเนิดนาฬิกา El Primero ในห้องใต้หลังคาของโรงงานที่เมือง Le Locle ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนาฬิการุ่นพิเศษเรือนนี้ 

รายละเอียดนาฬิกา

Blancpain Fifty Fathoms Bathyscaphe Flyback Chronograph “Green” 

Blancpain คือแบรนด์นาฬิกาเก่าแก่ที่สุดในโลก ที่มุ่งมั่นผลิตนาฬิกาแบบกลไกจักรกลเท่านั้น มาตั้งแต่ปี 1735 ซึ่งผลิตนาฬิกาหลากหลายรูปแบบและฟังก์ชั่น โดยตลอดระยะเวลา 285 ปีที่ผ่านมา Blancpain ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับวงการนาฬิกา โดยเฉพาะคอลเลกชั่น Fifty Fathoms ที่มีฟังก์ชั่นจับเวลาด้วยการหมุนของ Bezel สำหรับคำนวณเวลาใต้น้ำตั้งแต่ปี 1953 ซึ่งกลายเป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานของนาฬิกาดำน้ำในปัจจุบัน 

ปี 2020 ที่ผานมา Blancpain ต่อยอดนวัตกรรมใหม่ให้กับวงการนาฬิกา ด้วยการบรรจุกลไก Chronograph Flyback ความถี่ 5Hz ที่สามารถจับเวลาได้ละเอียดถึง 1/10 วินาที ซึ่งมีความซับซ้อนสูงกว่านาฬิกาจับเวลาทั่วไป ลงในตัวเรือน Ceramic วัสดุสุดไฮเทคแห่งยุค ที่มีความทนทานต่อรอยขีดข่วน ทนต่อการกัดกร่อนของน้ำทะเล และมีน้ำหนักเบากว่า Stainless Steel จึงทำให้นาฬิกาเรือนนี้เป็นนาฬิกาจับเวลาที่สุดยอดแห่งยุคอีกเรือนนึงของโลก 

รายละเอียดนาฬิกา

H.Moser & Cie. Streamliner Flyback Chronograph Automatic

แบรนด์นาฬิกา Indy จากเมือง Schaffhausen ที่ยังคงมุ่งมั่นแนวทางการออกแบบในสไตล์ Minimalist ที่มีความเรียบง่ายของตัวเรือน, หน้าปัด และสายนาฬิกาที่เน้นไปที่สายหนัง, สายยาง หรือสายผ้า ซึ่งกลายเป็นเหมือนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน 

ปี 2020 ที่ผ่านมา H.Moser & Cie. เปิดตัวนาฬิกาสายโลหะรุ่นแรกของแบรนด์ ที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากรถไฟความเร็วสูงในยุค 1920-30s ซึ่งมาพร้อมกับฟังก์ชั่น Chronograph ที่ยังคงดีไซน์อันเรียบง่ายด้วยการออกแบบชุดเข็มจับเวลาและเข็มบันทึกเวลาไว้ตรงกลางหน้าปัดเป็นครั้งแรกของโลก และสามารถใช้งานปุ่มกดจับเวลาพร้อมใช้งานระบบ Flyback ในขณะอยู่ใต้น้ำได้อีกด้วย นับเป็นนาฬิกาจับเวลาสุดล้ำแห่งยุคจริง ๆ

รายละเอียดนาฬิกา

Omega Speedmaster Moonwatch Cal.321 Stainless Steel

Speedmaster คือคอลเลกชั่นนาฬิกาที่กลายเป็น Iconic ของแบรนด์ Omega ในยุคปัจจุบัน ด้วยเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่จากการพิชิตภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งแรกของมวลมนุษยชาติ ซึ่งก่อนที่จะถูกเลือกให้เป็นอุปกรณ์ของนักบินอวกาศสำหรับภารกิจสำคัญได้นั้น นาฬิกา Speedmaster Cal.321 ต้องผ่านการทดสอบอย่างหนักหน่วงจาก NASA ตั้งแต่ปี 1964 ก่อนที่จะถูกนำไปใช้ในภารกิจ Apollo 11 ในปี 1969 และอีกหลายภารกิจสำคัญมากมาย ซึ่งทาง Omega หยุดใช้กลไกนี้ไปตั้งแต่ปี 1972 ซึ่งทำให้กลไก Cal.321 กลายเป็นกลไกจับเวลาระดับตำนานของโลก

จนกระทั่งมีข่าวใหญ่ที่ช็อกวงการนาฬิกาอีกครั้ง เมื่อ Omega ตัดสินใจปัดฝุ่นพิมพ์เขียวกลไก Cal. 321 และนำกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง เพื่อวางจำหน่ายพร้อมกับนาฬิกาในคอลเลกชั่น Speedmaster สุดคลาสสิก โดยเลือกที่ใส่ลงในเวอร์ชั่นตัวเรือน Platinum ที่ผลิตแบบ Limited Editon ซึ่งต้องแลกมาพร้อมกับราคาที่ไกลไปถึงดวงจันทร์ ทำให้แฟน ๆ ต้องถอดใจกันเป็นแถว และในที่สุด Omega ตัดสินใจผลิตเวอร์ชั่นตัวเรือน Stainless Steel โดยผลิตแบบ Re-Edition จาก Speedmaster 3rd Gen. ที่ Ed White หนึ่งในนักบินอวกาศของ NASA เคยสวมใส่ปฏิบัติภารกิจ Space Walk ในโครงการ Gemini 4 ปี 1965 ในราคาย่อมเยาลงมาหลายเท่าตัว ทำให้แฟน ๆ Speedmaster ทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งนับเป็นนาฬิกา Chronograph อีกรุ่นที่กลายเป็น Talk of The Town แห่งปี 2020 ที่ผ่านมา 

รายละเอียดนาฬิกา