WATCHESSIAM คัดเลือก 5 สุดยอดคอลเลกชั่น Diver’s Watch ประจำปี 2020 ที่ผ่านมา โดยพิจารณาจากคุณสมบัติทั้งประวัติความเป็นมา, การออกแบบ, วัสดุ, กลไก อันมีความยอดเยี่ยมและน่าประทับใจ มานำเสนอเพื่อเป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับคุณผู้อ่านทุกท่าน

Rolex Submariner & Submariner Date 41mm

Rolex มีการปรับโฉมนาฬิกาดำน้ำในคอลเลกชั่น Submariner ในปี 2020 ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แบบที่แค่เห็นนิดเดียวก็รู้เลยว่าคือ Submariner ไม่ว่าจะเป็น ขอบหน้าปัดหมุนได้พร้อม Diving Scale, สาย Oyster, เข็มและหลักชั่วโมงที่มีพรายน้ำขนาดใหญ่เห็นได้ชัด 

เวอร์ชั่นที่เปิดตัวในปี 2020 นั้นมาพร้อมการปรับขนาดใหญ่ขึ้นจากเดิม 40 เป็น 41 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดูเล็กน้อย แต่ทำให้ได้ตัวเรือนและขานาฬิกาที่ดูสมส่วนมากขึ้น รวมทั้งเปลี่ยนมาใช้กลไก Cal.3230 และ 3235 ที่ออกแบบใหม่หมด โดยเพิ่มประสิทธิภาพสูงขึ้นหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพลังงานสำรองมากขึ้น เปลี่ยนแปลงระบบกันสะเทือนใหม่ให้ดีขึ้น และยังคงรักษาความเที่ยงตรงและทนทานได้ตามมาตรฐานของ Rolex ที่ผ่านการพิสูจน์ตัวเองมายาวนานกว่า 60 ปี 

รายละเอียดนาฬิกา 

Panerai Luminor Marina 70th Anniversary Collection

สุดยอดนาฬิกาดำน้ำสุดคลาสสิกจากอิตาลี ที่ยังคงรูปแบบตัวเรือนและหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างเหนียวแน่นมากกว่า 60 ปี ด้วยตัวเรือนทรงถังเบียร์จากยุค 1950s พร้อมทั้งระบบกันน้ำที่ใช้ Crown Guard แบบกระเดื่องกด ที่ได้เห็นเพียงพริบตาก็รู้ได้เลยว่าคือ Panerai ซึ่งความพิเศษของนาฬิกาทั้ง 3 รุ่นนี้ ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี ของแบรนด์ โดยมีการใช้วัสดุตัวเรือน 3 ชนิด ที่เหมาะสำหรับนาฬิกาดำน้ำให้เลือกได้แก่ Titanium ในรุ่น PAM01117, Carbotech™ ในรุ่น PAM01118 และ Fibratech™ ในรุ่น PAM01119

โดยทั้ง 3 รุ่น ใช้กลไก Automatic แบบ In-House ที่ผลิตและพัฒนาขึ้นมาในโรงงานของตนเอง รวมทั้งการใช้สารเรืองแสง Super Luminova บนหลักชั่วโมง, ชุดเข็มบอกเวลา, ขอบหน้าปัด, ขอบ Crown Guard และเส้นด้ายบนสายนาฬิกา ซึ่ง Panerai ขึ้นชื่อเรื่องพรายน้ำมาตั้งแต่ยุค 1940s และที่สำคัญ นาฬิกาเรือนนี้รับประกันคุณภาพจากโรงงานถึง 70 ปี เรียกว่าเป็นนาฬิกาที่มีการรับประกันคุณภาพที่ยาวนานที่สุดในโลกจริง ๆ

รายละเอียดนาฬิกา 

Oris Aquis Date Calibre 400

Oris นับเป็นแบรนด์มหาชนอีกรุ่น ที่ได้รับความนิยมจากคนรักนาฬิกาดำน้ำระดับมืออาชีพทั่วโลก ซึ่งปกติทางแบรนด์จะเลือกใช้กลไกสหกรณ์ที่ผลิตจากโรงงานมาตรฐานสวิสอย่าง ETA หรือ Sellita เป็นหลัก แต่กับนาฬิกาเรือนนี้ Oris เลือกเปิดตัวมาพร้อมกับ Calibre 400  กลไก Automatic แบบ In-House ที่อัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด 

ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพลังงานสำรองยาวนานถึง 5 วัน, พัฒนา Rotor ขึ้นลานให้มีเสถียรภาพมากขึ้น, พัฒนาระบบป้องกันสนามแม่เหล็กให้สูงขึ้นแต่ยังคงรักษาความเที่ยงตรงได้ตามมาตรฐานด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของวงการนาฬิกาในปัจจุบัน และขยายการรับประกันคุณภาพจากโรงงานเป็น 10 ปี ซึ่งนับเป็นนาฬิกาที่ผลิตแบบ Mass Production รุ่นแรกที่มีการรับประกันยาวนานที่สุดในโลก และเป็นการเริ่มต้นสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการนาฬิกาในอนาคต

รายละเอียดนาฬิกา 

Omega Seamaster Diver 300M Platinum-Gold 

ถ้าพูดถึง James Bond สายลับรหัส 007 จากองค์กรสืบราชการลับอังกฤษ ตัวละครเด่นจากนวนิยายสุดคลาสสิก ที่เป็นเหมือนไอดอลให้กับหนุ่ม ๆ ทั่วโลกมากว่า 60 ปี เราจะนึกถึงอาวุธลับ, รถยนต์  และนาฬิกาข้อมือ โดยเฉพาะสายลับ 007 ยุคใหม่ที่ผูกขาดการใช้นาฬิกา Omega Seamaster มาตั้งแต่ปี 1995 

โดยนาฬิการุ่นพิเศษนี้ เรียกว่าสุดทุกด้านจริง ๆ เริ่มต้นจากการใช้กลไก Co-Axial เวอร์ชั่นพิเศษที่ใช้วัสดุทองคำ Sedna Gold มาประกอบเป็นชิ้นส่วนสำคัญ โดยยังคงความทนทานและเที่ยงตรงในระดับ Master Chronometer ใช้ตัวเรือนวัสดุ Platinum-Gold ที่นับเป็นโลหะสูงค่าในวงการนาฬิกามาอย่างยาวนาน รวมทั้งรายละเอียดบนหน้าปัด, ตัวเรือน และฝาหลัง ที่สื่อถึงตัวตนของสายลับ 007 ได้อย่างแนบเนียนลงตัวที่สุด 

รายละเอียดนาฬิกา 

Seiko Prospex Diver’s Watch 55th Anniversary Collection

สำหรับวงการนาฬิกาดำ Seiko คือสุดยอดแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ด้วยการสั่งสมประสบการณ์อันยาวนานในการพัฒนานาฬิกาดำน้ำมาตั้งแต่ปี 1965 และสามารถผลิตนาฬิกาดำน้ำหลากรุ่นหลายราคา ที่ตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้งานตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับมืออาชีพมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 

สำหรับคอลเลกชั่นพิเศษนี้ประกอบไปด้วยนาฬิกาดำน้ำในตำนานตลอดกาล ที่ถูกหยิบยกกลับมาผลิตอีกครั้งในแบบ Re-Creation โดยแบ่งเป็น 3 ยุคสมัย เริ่มต้นด้วย รุ่น SLA037 นาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของแบรนด์จากปี 1965, รุ่น SLA039 นาฬิกาดำน้ำระดับมืออาชีพกลไก Hi-Beat รุ่นแรกของแบรนด์จากปี 1968 และรุ่น SLA041 นาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของโลกที่ใช้ตัวเรือนวัสดุ Titanium และมีรูปทรง ‘Tuna Can’ อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์จากปี 1975 จนถึงปัจจุบัน 

รายละเอียดนาฬิกา