Rolex Oyster Perpetual 41mm ปรับโฉมใหม่ให้กับนาฬิกาคลาสสิก

ท่ามกลางกระแส Rolex กลุ่มสปอร์ตที่โหมกระหน่ำมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้นาฬิกาในกลุ่มคลาสสิกอาจจะดูเงียบเหงาไปบ้าง แต่ยังมีกลุ่มลูกค้าให้ความสนใจเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งจะเริ่มต้นมองหานาฬิกา Rolex เรือนแรก ด้วยหน้าตาที่เรียบหรู ไม่มีฟังก์ชั่นมากมาย และที่ราคาจำหน่ายที่อยู่ในระดับเริ่มต้น ทำให้นาฬิกากลุ่มนี้ยังคงผลิตและจำหน่ายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยุค 1940s จนถึงปัจจุบัน 

สำหรับปีนี้ Rolex มีการปรับโฉมให้กับนาฬิกาคลาสสิกรุ่น Oyster Perpetual โดยมีการปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นตามกระแสนิยม ด้วยขนาดตัวเรือน 41 มิลลิเมตร และสาย Oyster ที่ผลิตจาก Stainless Steel เกรด 904L อันเลื่องชื่อเรื่องความทนทาน โดยมาพร้อมหน้าตาที่เรียบง่ายด้วยฟังก์ชั่นบอกชั่วโมง-นาที-วินาทีโดยที่ไม่มีหน้าต่างวันที่หรือ Cyclop ขยายวันที่ จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการนาฬิกาหน้าปัดสมดุล และมีการใช้หลักชั่วโมงและชุดเข็มสีทองตัดกับหน้าปัดสีเงินขัดแต่งลวดลาย Sunburst ดูสวยงามเวลาเล่นแสงที่ตกกระทบ

นอกจากหน้าปัดสีเงิน สีดำ และสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีมาตรฐานแล้ว ยังมีหน้าปัดสีสันที่สดใสเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่างที่ต้องการสะท้อนตัวตน หรือสำหรับเลือกสวมใส่ให้เข้ากับการแต่งกายในรูปแบบต่างๆตามสไตล์ที่ชื่นชอบอีกด้วย

มีการเปลี่ยนมาใช้กลไก Automatic รุ่นใหม่ Cal.3230 แบบเดียวกับที่อยู่ใน Submariner 41mm ที่เพิ่งจะเปิดตัวไป ซึ่งขับเคลื่อนด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง โดยมีการปรับปรุงหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นพลังงานสำรองจากเดิม 48 ชั่วโมง เพิ่มเป็น 70 ชั่วโมง โดยมีการใช้ Paramagnetic blue Parachrom hairspring ที่มีคุณสมบัติป้องกันสนามแม่เหล็กและคงความแม่นยำกว่าแบบทั่วไปถึง 10 เท่า ในกรณีที่เกิดการสั่นสะเทือน พร้อมทั้งระบบป้องกันการสะเทือน Paraflex อันยอดเยี่ยม ซึ่งกลไกทั้ง 2 รุ่นผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงจากสถาบัน COSC ในระดับ +2/-2 วินาที/วัน ซึ่งทำได้สูงกว่ามาตรฐาน Chronometer ถึง 2 เท่า 

Rolex Oyster Perpetual 41mm 

Ref.124300 
ราคา 201,600 บาท 

วางจำหน่าย ปี 2020 
รายละเอียดเพิ่มเติม rolex.com

Initial Thoughts 

สำหรับนาฬิการะดับ Entry Level ที่หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเป็นรุ่นที่ไม่ได้รับความนิยม แต่ในความเป็นจริง Rolex นั้นยังให้ความสำคัญกับนาฬิกาในรุ่นนี้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเห็นได้จากสายการผลิตที่ยาวนานมาหลายสิบปีและมีการพัฒนารูปแบบใหม่ๆออกมาตลอด และที่สำคัญยังเป็นนาฬิกาที่มีมาตรฐานและคุณภาพระดับสูงจาก Rolex ในราคาที่คุ้มค่ากว่ากลุ่มสปอร์ตที่ถูกปั่นราคาในตลาด Re-Sale จนเริ่มจะไม่สมเหตุสมผล