แบรนด์ “Chronoswiss” ก่อตั้งในปี 1983 โดย Mr.Gerd-Rüdiger Lang ช่างนาฬิกาชาวเยอรมันผู้มากประสบการณ์ ท่ามกลางกระแสนาฬิกา Quartz กำลังเป็นที่นิยมสูงสุด ซึ่งเขาเริ่มพัฒนาและผลิตนาฬิกาที่ใช้กลไกจักรกลโดยการจำลองรูปแบบหน้าปัดแบบ Regulator ที่นิยมในนาฬิกาเดินเรือยุค 1770s และสถานีวิทยุกระจายเสียงในยุค 1920s มาใส่ลงในนาฬิกาข้อมือ โดยมีการแยกเข็มชั่วโมง นาที และวินาทีออกจากกัน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ตั้งแต่ปี 1987 มาจนถึงปัจจุบัน 

ซ้าย: Mr.Gerd-Rüdiger
ขวา: นาฬิกาเดินเรือแบบ Regulator

สำหรับคอลเลคชั่นนาฬิการุ่นพิเศษในปี 2020 นี้ Chronoswiss ได้เลือกใส่ “Chronoswiss DNA” ที่เด่นชัดลงไป ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนทรงกลมที่มีการสลักขอบตัวเรือนทั้งด้านหน้าและหลังเป็นร่อง, เม็ดมะยมทรงหัวหอมขนาดใหญ่,  หน้าปัดแกะสลักลวดลาย Guilloché, หน้าปัดแสดงผลแบบ Regulator โดยทุกขั้นตอนตั้งแต่การขัดแต่ง แกะสลักและลงสีหน้าปัด รวมทั้งการประกอบชิ้นส่วนทั้งกลไกและตัวเรือน จะทำด้วยมือของช่างนาฬิกาชั้นยอดจากเมือง Lucerne

ตัวเรือน stainless Steel ขัดเงาสลับด้าน ขนาด 41 มิลลิเมตร หนา 13.85 มิลลิเมตร ใช้หน้าปัดที่มีความซับซ้อนเป็น 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นสีเขียวเหลือบฟ้าแกะสลักลวดลาย Guilloché  ส่วนชั้นบนลอยตัวขึ้นมาแบ่งออกเป็นหน้าปัดย่อย 3 ส่วน ตามรูปแบบ Regulator ได้แก่ เข็มชั่วโมงตรงตำแหน่ง 12 นาฬิกา เข็มนาทีตรงขอบหน้าปัดด้านนอก และเข็มวินาทีตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา 

โดยมีการโชว์เฟืองที่ใช้ขับเคลื่อนเข็มต่างๆบนหน้าปัด และประทับเพลท “Atelier Lucerne” ที่แสดงถึงคุณภาพงานผลิตหนึ่งในมาตรฐาน “Chronoswiss DNA” และหมายเลขประจำเรือน XX/35 

ฝาหลังแบบโปร่งใส โชว์กลไก Automatic Cal.C299 ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง ใช้พื้นฐานจากกลไก ETA ร่วมกับ In-House Regulator Module ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาโดย Chronoswiss  และตกแต่งอย่างสวยงามด้วยการเคลือบสีเขียวบน Rotor สำหรับขึ้นลาน 

นาฬิกามาพร้อมสายหนังจระเข้สีดำ ใช้กระจกหน้าปัดและฝาหลัง Sapphire กันน้ำลึก 100 เมตร 

Chronoswiss Flying Regulator Open Gear “Ocean”

Ref.CH-8753-GREBK ผลิตจำนวนจำกัด 35 เรือน 
ราคา 8,800 CHF 

วางจำหน่าย กันยายน 2020 
รายละเอียดเพิ่มเติม chronoswiss.com

Initial Thoughts

ในมุมของนักสะสมทั่วโลก Chronoswiss เป็นเหมือนต้นแบบของนาฬิกาข้อมือแบบ Regulator จนกลายเป็นเหมือนภาพจำไปแล้ว ซึ่งตลอดเวลากว่า 30 ปี ของแบรนด์ที่พัฒนานาฬิกาฟังก์ชั่นนี้ออกมาต่อเนื่องจนถึงนาฬิการุ่นพิเศษที่ผลิตในจำนวนน้อยมากๆ ซึ่งไม่น่าแปลกใจว่านาฬิกาเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการของนักสะสม เพราะแม้กระทั่งรุ่นมาตรฐานของแบรนด์เองก็มีกำลังผลิตต่อปีอยู่ที่หลักพันเรือนเท่านั้น