คอลเลคชั่น Carrera ถือกำเนิดโดย Jack Heuer มาตั้งแต่ปี 1963 นับเป็นคอลเลคชั่นที่มีความโดดเด่นในแง่การออกแบบและประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้แบรนด์ TAG Heuer มีอายุครบ 160 ปี ทางแบรนด์จึงเลือกนำคอลเลคชั่นสุดคลาสสิคอย่าง Carrera มาผลิตเพื่อเฉลิมฉลองครั้งนี้ ได้แก่  Carrera 160 Years Silver Limited Edition และ Carrera ‘Montreal’ Limited Edition 

ในส่วนของคอลเลคชั่น Carrera Automatic Chronograph ในยุคปัจจุบัน มีการเผยโฉมรุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยตัวเรือน Stainless Steel ขัดเงาสลับด้าน ขนาด 44 มิลลิเมตร หนา 15.27 มิลลิเมตร ตัวเรือนทรงกลมพร้อมขาบิดที่ยกมาจากรุ่นดั้งเดิม ขอบ Bezel ขัดด้านสลัก Tachymeter Scale ในรุ่นหน้าปัดสีเขียว และขอบ Bezel วัสดุ Ceramic สลัก Tachymeter Scale สีขาวในรุ่นหน้าปัดสีดำและน้ำเงิน  เม็ดมะยมและปุ่มกดจับเวลาเคลือบสีดำสลับเพิ่มความสปอร์ต 

หน้าปัด Sunray มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน  สีดำ และสีเขียว มีหน้าปัดย่อยสำหรับบันทึกเวลาแบบ TriCompax มีหน้าต่างวันที่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา ชุดเข็มและหลักชั่วโมงแบบขีดเคลือบสารเรืองแสง Super Luminova ใช้กระจกหน้าปัด Sapphire และกันน้ำลึก 100 เมตร

นอกจากนี้ยังมีรุ่น 2 tone ตัวเรือน Stainless Steel เม็ดมะยมและปุ่มกดจับเวลาทรงสปอร์ตผลิตจากวัสด 5N Pink Gold 18K ชุดเข็ม, หลักชั่วโมง และ Tachymeter Scale สี Pink Gold มาพร้อมสายหนังจระเข้สีดำและ Folding Buckle Stainless Steel 

นาฬิกาทั้ง 4 รุ่น ใช้ฝาหลังขันเกลียวแบบโปร่งใส โชว์การทำงานของกลไก Automatic Chronograph Cal.Heuer 02 ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง มาพร้อมฟังก์ชั่นจับเวลาต่อเนื่องสูงสุด 12 ชั่วโมง ที่ควบคุมด้วยกลไก Column Wheel และ Virtical Clutch แท่นเครื่องและสะพานจักรถูกขัดแต่งอย่างสวยงาม ใช้ Rotor วงกลมฉลุเป็นซี่เคลือบสีดำเหมือนลายล้อรถแข่งให้อารมณ์สปอร์ต 

TAG Heuer Carrera Automatic Chronograph 44mm

Ref.CBN2A1B.BA0643: หน้าปัดสีดำ
Ref. CBN2A1A.BA0643: หน้าปัดสีน้ำเงิน
Ref. CBN2A10.BA0643: หน้าปัดสีเขียว
ราคา 5,750 USD

Ref. CBN2A5A.FC6481: 2 Tone หน้าปัดสีดำ
ราคา 6,550 USD

วางจำหน่าย สิงหาคม 2020 
รายละเอียดเพิ่มเติม tagheuer.com

Initial Thoughts 

TAG Heuer เปิดตัวนาฬิกา Carrera Automatic Chronograph ยุคใหม่ด้วยขนาด 44mm ที่เรียกว่าใส่ความสปอร์ตลงไปเต็มๆ ทั้งขอบหน้าปัด, สาย Steel, เม็ดมะยม แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์สุดคลาสสิคของรูปตัวเรือนและขานาฬิกาแบบรุ่นดั้งเดิมเอาไว้ครบถ้วน นาฬิกาเรือนนี้จึงเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่บอกเล่าถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 60 ปี ของคอลเลคชั่นนี้ได้เป็นอย่างดี