Omega มีการปรับโฉมคอลเลคชั่น Constellation ต่อเนื่องจาก Constellation Co-Axial Master Chronometer 39mm ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยการนำขอบหน้าปัดวัสดุ Ceramic ขัดเงาที่มีตัวเลขโรมันวัสดุ Liquidmetal  โดยได้แรงบันดาลใจมาจากขอบหน้าปัดวัสดุ Sapphire ของ Constellation Manhattan ปี 1982 ที่นับเป็นวัสดุสุดล้ำของวงการนาฬิกาในยุคนั้น พร้อมทั้งกรงเล็บอันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ตรงตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา

ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร หน้าปัดสีดำ Sunray สำหรับตัวเรือน Yellow Gold 18K หน้าปัดสีน้ำเงิน Sunray สำหรับตัวเรือน Sedna Gold 18K และ หน้าปัดสีเงินลายผ้าไหม สำหรับตัวเรือน Stainless Steel หลักชั่วโมงแบบขีด มีหน้าต่างวันที่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา 

ฝาหลังขันเกลียวแบบโปร่งใสโชว์กลไก Automatic Co-Axial Master Chronometer Cal.8900 (ตัวเรือน Stainless Steel) ความถี่ 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง ผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงระดับ Master Chronometer จากสถาบัน METAS และสามารถป้องกันสนามแม่เหล็กในระดับ 15,000 gauss ด้วย Silicon Balance Spring และขัดแต่งอย่างสวยงามด้วยลวดลาย Geneva Wave และ Cal.8901 (ตัวเรือน Sedna, Yellow gold) ที่ใช้ Rotor และ Balance Bridge Sedna Gold 18K 

นาฬิกาทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมสายยางเย็บประกบกับหนังจระเข้พร้อม Folding Buckle  ใช้กระจก Sapphire ทั้งหน้าปัดและฝาหลัง กันน้ำลึก 50 เมตร 

Omega Constellation Co-Axial Master Chronometer 41mm

Ref.131.33.41.21.06.001 Stainless Steel 
ราคา 226,000 บาท

Ref.131.63.41.21.01.001 Yellow Gold 18K
Ref.131.63.41.21.03.001 Sedna Gold 18K 
ราคา 710,000 บาท 

วางจำหน่าย กันยายน 2020 
รายละเอียดเพิ่มเติม omegawatches.com

Initial Thoughts 

Omega เลือกนำวัสดุไฮเทคในปัจจุบันมาใช้กับนาฬิการุ่นใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบจาก Constellation Manhattan รุ่นดั้งเดิม นับเป็นการสะท้อนภาพของผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่กับดีไซน์ล้ำยุคในอดีตได้อย่างลงตัว