Tudor เปิดตัวคอลเลคชั่น Black Bay Fifty-Eight ในปี 2018 โดยได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Tudor Oyster Prince ‘Submariner’ Ref.7924 ปี 1958 ที่มีลักษณะเด่นตรงโลโก้, รายละเอียดบนหน้าปัด, ชุดเข็ม, หลักชั่วโมงเป็นสีทองบนหน้าปัดสีดำ และ Marker สามเหลี่ยมสีแดงบนของ Bezel สีแดง ใช้เม็ดมะยมขนาดใหญ่ที่ไม่มี Crown guard และสาย Oyster แบบ Rivet 

Ref.7016 กับ Fifty-Eight ‘Navy Blue’

โดยนาฬิกา Black Bay Fifty-Eight มีตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร และหน้าตาที่มีความวินเทจมากๆทำให้นาฬิการุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งชาย-หญิง จน Tudor ต่อยอดความสำเร็จนาฬิการุ่นนี้ด้วยหน้าปัดและขอบ Bezel สีน้ำเงินที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกา Oyster Prince Submariner Blue ‘Snowflake’ Ref.7016 ยุคปลาย 1960s ต่อเนื่องต้น 1970s 

ด้วยจุดเด่นตรงหน้าปัดเต็มแบบไม่มีวันที่ และขอบ Bezel Aluminum Anodize สีน้ำเงินเข้ม รับกับหลักชั่วโมงและชุดเข็มสีเงินทรง Snowflake อันเป็นเอกลักษณ์ของ Tudor ประกอบเข้ากับตัวเรือน Stainless Steel ขนาด 39 มิลลิเมตร หนา 11.9 มิลลิเมตร โดยใช้เม็ดมะยมขนาดใหญ่ แบบไม่มี Crown Guard โดยประทับรูป ‘ดอกโบตั๋น’ โลโก้ดั้งเดิมของ Tudor ในยุคแรกๆ และใช้กระจก Sapphire แบบ Dome ให้อารมณ์วินเทจสุดๆ 

ฝาหลังขันเกลียวแบบปิดทึบ กันน้ำลึก 200 เมตร หรือ 660 ฟุต ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Automatic แบบ In-House Cal.MT5402 ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง ผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงระดับ Chronometer จากสถาบัน COSC 

Tudor Black Bay Fifty-Eight ‘Navy Blue’ 

มาพร้อมสายนาฬิกา 3 แบบให้เลือก ได้แก่
Ref.M79030B-0001 สาย Steel 
ราคา 127,800 บาท 

Ref.M79030B-0002 สายหนังวัวสีน้ำเงิน 
Ref.M79030B-0003 สายผ้าสีน้ำเงินทอด้ายสีเงิน
ราคา 116,900 บาท 

วางจำหน่าย กรกฎาคม 2020 
รายละเอียดเพิ่มเติม tudorwatch.com

Initial Thoughts 

ตอนที่ได้เห็น Black Bay Fifty-Eight ครั้งแรกในปี 2018 ก็รู้สึกประทับใจมากๆในความคลาสสิคแบบวินเทจลุคมากๆ พอ Tudor เปิดตัวหน้าปัด Navy Blue ในปีนี้เข้ายิ่งทำให้ประทับใจมากขึ้นไปอีก และเชื่อว่ามีอีกหลายท่านคิดเหมือนกันอย่างแน่นอน  จึงไม่แปลกใจเลยถ้าเกิดว่าใครที่มีหน้าปัดสีดำอยู่แล้วจะสีน้ำเงินเพิ่มขึ้นอีกเรือน