Words: MrBuai

หลังจากทราบข่าวการเปิดตัว Swatch Sistem51 Petite Seconde ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้รู้สึกตื่นเต้นกับนาฬิการุ่นใหม่จากคอลเลคชั่น Sistem51 ที่เคยเล็งมานานพอสมควรตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรก จนรุ่นใหม่ออกมาพร้อมดีไซน์แบบ 2 เข็มครึ่ง ทำให้ตัดสินใจเป็นเจ้าของอย่างไม่ลังเล

แต่เนื่องจากในช่วงนั้นไม่สามารถเดินทางไปดูตัวจริงของเจ้า Swatch Sistem51 Petite Seconde เรือนนี้ได้ เพราะอยู่ในช่วงที่รัฐบาลประกาศปิดห้างสรรพสินค้าเนื่องจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 พอดี ประกอบกับทาง Swatch วางจำหน่ายนาฬิการุ่นนี้ทาง shop.swatch.co.th จึงลองสั่งซื้อทางออนไลน์

ขั้นตอนก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก เหมือนกับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ทั่วไป โดยนาฬิการาคา 7,050 บาท พร้อมจัดส่งสินค้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หลังจากทำตามขั้นตอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็แค่รอของมาส่งถึงบ้านเท่านั้น ซึ่งยอมรับว่าแอบลุ้นเหมือนกันว่าจะเป็นอย่างไร เพราะนี่คือการสั่งซื้อนาฬิกาทางออนไลน์เป็นครั้งแรกในชีวิต

และแล้วเจ้า Swatch Sistem51 Petite Seconde ก็เดินทางมาถึงหน้าบ้าน ผ่านการจัดส่งจากบริษัทขนส่งเอกชน สภาพกล่องภายนอกไม่มีร่องรอยการบุบสลาย โดยขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลารอประมาณ 3 วันเท่านั้นสำหรับการจัดส่งมาที่ต่างจังหวัด ถ้าส่งในเขตกรุงเทพและปริมณฑลอาจจะใช้เวลาน้อยกว่านี้ 

แพคเกจของนาฬิการุ่นนี้เหมือนนาฬิกา Swatch รุ่นมาตรฐาน ที่มาพร้อมกล่องพลาสติกใสและปลอกกระดาษสีขาวเจาะรูตรงกลางโชว์นาฬิกาที่อยู่ด้านใน นาฬิกาอยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบไม่มีริ้วรอยตำหนิใดๆอย่างที่แอบกังวลก่อนสั่งซื้อ ซึ่งในกล่องนาฬิกามีป้ายรหัสรุ่น คู่มือการใช้งาน และใบรับประกันคุณภาพ 2 ปี แบบ World Wide เหมือนไปซื้อที่ Swatch Shop

หน้าปัดสีน้ำเงินของนาฬิการุ่นนี้ออกไปทางโทนอ่อน มีการขัดแต่งแบบ Sunray และเซาะร่องรอบๆ ทำให้ดูมีมิติเวลามีแสงตกกระทบ หลักชั่วโมงแบบขีดและเข็มชั่วโมง-นาทีแต้มพรายน้ำที่มีความสว่างในระดับใช้งานได้จริงในที่แสงน้อย มีหน้าต่างวันที่ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกาพร้อมระบบ Quick Set Date 

และที่ชอบมากที่สุดคือ เข็มวินาทีแบบ Petite Seconde ทำให้นาฬิกาดูหรูหราและคลาสสิคมากขึ้น กระจกหน้าปัดใช้วัสดุพลาสติกเหมือนนาฬิกา Swatch รุ่นมาตรฐาน ซึ่งตรงจุดนี้อาจจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้งาน 

ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตร หนา 13.8 มิลลิเมตร ใช้วัสดุ Stainless Steel ขัดเงาทั้งเรือน ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้อยู่ในกลุ่ม Irony หรือตัวเรือนโลหะที่เหมือนเป็นรุ่นพิเศษของ Swatch ทำให้เราสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องความแข็งแรง ซึ่งจะว่าไปตัวเรือนพลาสติกของ Swatch เองก็มีความทนทานพอสมควร ดูจากเรือนก่อนที่มีอายุมากกว่า 10 ปีก็ยังใช้งานได้ตามปกติ 

นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมสายหนังแท้ย้อมสีน้ำเงินโทนเดียวกับสีหน้าปัด และด้านในบุด้วยหนังแท้สีน้ำตาลอ่อนโดยเป็นสายแบบไร้ตะเข็บให้อารมณ์เรียบหรู ซึ่งในช่วงแรกสายหนังอาจจะแข็งไปสักนิดแต่พอใช้งานไปสักระยะ หนังจะอ่อนนุ่มและโค้งเข้ากับข้อมือของเราเป็นอย่างดี 

ฝาหลังเป็นวัสดุพลาสติกใสเหมือนกระจกหน้าปัด โชว์กลไก Automatic ที่ประกอบจากชิ้นส่วนจำนวน 51 ชิ้น ด้วยเครื่องจักรทุกขั้นตอน โดยชิ้นส่วนของกลไกผลิตจาก ARCAP หรือโลหะผสมที่ประกอบไปด้วย Copper, Nickle, Zinc มีคุณสมบัติทนทานต่อสนามแม่เหล็ก ขัดแต่งด้วยลวดลายกราฟฟิค ขึ้นลานด้วย Rotor วงกลมที่วางเอาไว้ตรงขอบของกลไก และสามารถขึ้นลานด้วยมือได้ ซึ่งตรงจุดนี้ชอบมากเพราะไม่ค่อยเห็นดีไซน์แบบนี้ในนาฬิการุ่นอื่นๆ

ความรู้สึกจากการใช้งาน

สำหรับการใช้งานจริงแบบต่อเนื่องมากกว่า 1 เดือน กลไกสามารถรักษาความเที่ยงตรงตามที่ Swatch แจ้งเอาไว้ตามสเปค คือไม่เกินจาก +5/-5 วินาทีต่อวัน ถือว่าไม่มีปัญหากับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่แอบเสียดายนิดนึงที่กลไกนี้ไม่สามารถ Hack เข็มวินาทีได้ ซึ่งอาจจะขัดใจคนที่ชอบตั้งเวลาละเอียดในระดับวินาที

ความรู้สึกในการสวมใส่บนข้อมือขนาด 6” อาจจะดูใหญ่ไปสักนิด แต่ใส่สบายด้วยน้ำหนักที่ไม่มากเกินไป ยิ่ง Pin Buckle แบบใหม่ทำให้ถอดสายเข้าออกสะดวกขึ้นมากและไม่มีปัญหาเวลารัดสายนาฬิกาแล้วกดทับข้อมือ ซึ่งโดยส่วนตัวจะมีปัญหากับ Folding  Buckle มาตลอด จึงชอบสายหนังที่เป็น Pin Buckle แบบนี้มากกว่า 

สรุป 

Swatch Sistem51 Petite Seconde เป็นนาฬิกาแนว Casual Watch ที่คุ้มค่าคุ้มราคา ได้ตัวเรือน โลหะที่แข็งแรง  ได้กลไก Automatic ที่เดินเที่ยงตรงในระดับใช้งานได้จริง ได้แบรนด์นาฬิกา Swiss Made  ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 7,050 บาท ที่สามารถใส่ไปทำงานที่ออฟฟิศก็ได้หรือจะใส่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ดี

แต่ด้วยความที่เป็นนาฬิกาสายหนังจึงควรหลีกเลี่ยงใช้งานแบบ Extreme สักหน่อย เพราะถ้าเป็นคนเหงื่อเยอะหรือใช้กลางแจ้งในสภาพอากาศร้อนระอุแบบเมืองไทยเป็นประจำ แนะนำให้แวะไปที่ Swatch Shop เลือกดูสายยางที่มีขนาดเท่ากันมาเปลี่ยนสลับใส่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ