RADO ผู้สรรสร้างนวัตกรรมเวลาและสุดยอดงานดีไซน์ต้นแบบผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุ (The Master of Materials) จากสวิตเซอร์แลนด์ สานต่อผลงานด้านดีไซน์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการร่วมงานกับเหล่าดีไซเนอร์ชื่อดังจากทั่วโลก ซึ่งในปีนี้เน้นการนำเสนอผลงานแนวคอนเทมโพรารี่ในคอลเลคชั่น True Thinline อย่าง Rado True Thinline Gem, Rado True Thinline Studs, Rado True Thinline My Bird, Rado True Thinline Gem

ด้วยความชื่นชอบในสไตล์แบบยุโรป​ประกอบกับเป็นคนช่างสงสัยและสนใจสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ผลงานของ Inma Bermudez จึงเป็นภาพสะท้อนตัวตนของเธอได้เด่นชัดที่สุด โดยนักออกแบบชาวสเปนผู้นี้เป็นที่รู้จักดีในฐานะศิลปินที่ชื่นชอบการครีเอทชิ้นงานที่ดูแปลกใหม่ ทั้งยังใช้ได้จริงในชีวิต​ประจำวัน​ ไม่ว่าจะเป็น โคมไฟ, แจกัน, เครื่องครัว, สิ่งทอ ไปจนถึงอุปกรณ์ห้องน้ำ ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนสอดแทรกเทคนิคที่อินมาเชี่ยวชาญไว้ทั้งสิ้นโดยเฉพาะการสร้างสรรค์จากกระเบื้องพอร์ซเลนที่ถือเป็นซิกเนเจอร์ของเธอเลยก็ว่าได้

สำหรับการร่วมงานครั้งนี้ Inma ได้หยิบเอาความโดดเด่นทางด้านวัสดุของ RADO มาสร้างความท้าทายรูปแบบใหม่ โดยนำคริสตัลแซฟไฟร์แบบเหลี่ยมที่แบรนด์ใช้ตั้งแต่ปี 1962 มาผ่านการตัดจนได้กระจกหน้าปัดที่งดงามราวกับเพชรเม็ดใหญ่ มาพร้อมเท็กซ์เจอร์หน้าปัดเรียบง่ายที่ชวนให้นึกถึงหลากชิ้นงานของอินมาที่รังสรรค์จากกระเบื้องพอร์ซเลนได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญแม้ตัวเรือนจะหนาเพียง 5 มิลลิเมตร แต่ความลึกระหว่างกระจกจนถึงพื้นหน้าปัดกลับดูมีมิติอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งเกิดจากภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อแสงตกกระทบและเกิดการกระจายบนคริสตัลแซฟไฟร์นั่นเอง ปิดท้ายด้วยวงขอบหน้าปัดที่ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยเพชรขนาดเล็ก 12 เม็ด และโทนสีทอง มอบประกายอบอุ่นชวนมองให้กับตัวเรือน

Rado True Thinline Gem ตัวเรือนทำจากไฮเทค เซรามิกสีขาวขัดเงา ผลิตจำกัดเพียง 1,001 เรือนทั่วโลก ฝาหลังแกะสลักพิเศษ “LIMITED EDITION ONE OUT OF 1001 INMA BERMUDEZ” ราคา 82,000 บาท

การจับมือร่วมกันระหว่างราโดและดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ เบธาน เกรย์ (Bethan Gray) ศิลปินผู้เชี่ยวชาญเรื่องการนำเท็กซ์เจอร์ แพทเทิร์นและวัสดุที่หรูหรามาใช้ในงานดีไซน์ ซึ่งการร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปฏิวัติดีไซน์ของกลุ่มคอลเลคชั่น ทรู ทินไลน์

 Rado True Thinline Studs ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชิ้นงานเฟอร์นิเจอร์และสิ่งทออันเป็นเอกลักษณ์ของเบธาน ดังจะเห็นได้จากดีเทลต่างๆ ที่ถูกหยิบมาผสมผสานลงบนตัวเรือน อาทิ แพทเทิร์นของพื้นหน้าปัดสีเทาไล่เฉดที่ผ่านการตกแต่งด้วยเทคนิคมาร์เก็ตทรี หรือว่าจะเป็นหมุดสีทองที่นำมาตอกบนสายหนังสีดำในแพทเทิร์น Hopscotch ขณะที่โลโก้ RADO สีทองถูกเคลือบไว้ด้านล่างของกระจกคริสตัลแซฟไฟร์โดยตรง มอบความหรูหราทั้งยังตัดกับโทนสีเข้มของพื้นหน้าปัดได้อย่างลงตัว ตัวเรือนทำจากไฮเทค เซรามิกสีดำด้าน 

ผลิตจำกัดเพียง 1,001 เรือนทั่วโลก ฝาหลังแกะสลักพิเศษ “LIMITED EDITION ONE OUT OF 1001 BETHAN GRAY” ราคา 56,300 บาท

สัญลักษณ์ ประเพณี ความมั่งคั่ง และ สีสัน คือจุดเด่นของผลงานของศิลปินและนักออกแบบชื่อดังชาวรัสเซีย อย่าง ยูจีเนีย ไมโร (Evgenia Miro) โดยคอนเซ็ปต์ในครั้งนี้เธอได้หยิบคาแรคเตอร์ที่บางเบาและพลิ้วไหวของขนนกมานำเสนอเพื่อสะท้อนถึงปรัญชาแห่งเวลาในมุมมองที่แปลกไป โดยผสานกับความเชื่อส่วนตัวที่ว่าคนเราจะมีช่วงเวลาที่มีความกระตือรือร้นและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดระหว่าง 1 นาฬิกาจนถึง 7 นาฬิกา

เพื่อสื่อถึงความหมายดังกล่าว ยูจีเนียจึงเลือกวางสัญลักษณ์ขนนกแนวทแยง ซึ่งพาดผ่านตำแหน่งเดียวกับที่ตัวเลขทั้งสองปรากฎ ในแง่ของสีสัน เธอเลือกใช้สีน้ำเงินเข้มจากความเชื่อที่ว่าเป็นสีที่แฝงความหมายอันลึกซึ้งทั้งในเชิงปรัชญาและเชิงสัญลักษณ์ ขณะที่ฝาหลังยูจีเนียเลือกใช้สัญลักษณ์ของนกที่สื่อถึงความอ่อนโยน ความรอบรู้ ความประณีต และอิสรภาพ มาประดับไว้อย่างบรรจง ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโทนสีแดงทองซึ่งสะท้อนถึงความอบอุ่นและแสงสว่าง ทั้งยังเป็นธีมที่พบเห็นได้บ่อยในผลงานของเธอ

Rado True Thinline My Bird มุมมองของยูจีเนียจึงเป็นการสื่อถึงภูมิปัญญา ความสง่างามและจิตวิญญาณ ตัวเรือนทำจากไฮเทค เซรามิกสีน้ำเงินขัดเงา

ผลิตจำกัดเพียง 1,001 เรือนทั่วโลก ฝาหลังแกะสลักพิเศษ “LIMITED EDITION ONE OUT OF 1001 EVGENIA MIRO” ราคา 82,000 บาท

Initial Thoughts

สำหรับคุณสุภาพสตรีที่ต้องการนาฬิกาที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ สื่อถึงตัวตนในรูปแบบที่แตกต่างกันในหลากหลายอารมณ์ นาฬิกาทั้ง 3 เรือนในคอลเลคชั่น ‘True Thinline’ ตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน