“Godzilla” ปรากฏกายต่อสาธารณชนครั้งแรกในปี 1954 ด้วยบทบาทสัตว์ประหลาดตัวโตที่ออกอาละวาดพังบ้านเมืองไปทั่วเกาะญี่ปุ่น และเป็นภาพจำสำหรับเด็กๆในยุคนั้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีการถ่ายทำและออกฉายไปแล้วกว่า 30 ภาค ในช่วงเวลา 65 ปีที่ผ่านมา

ปี 2019 เป็นปีแห่งการครบรอบ 65 ปี “Godzilla” และครบรอบ 20 ปีของระบบ “Spring Drive” จึงมีการผลิตนาฬิกา Grand Seiko Spring Drive รุ่นพิเศษ เพื่อฉลองการครบรอบ 2 สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของญี่ปุ่นไปพร้อมกัน 

ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 44.5 มิลลิเมตร หนา 14.3 มิลลิเมตร มีการขัดแต่งเหลี่ยมมุมด้วยมือจากช่างฝีมือของแกรนด์ไซโก้ ใช้กระจกแซฟไฟร์แบบดูอัลเคิร์ฟเคลือบตัดแสงสะท้อนภายใน  ขอบหน้าปัดสเกล 60 นาที

หน้าปัดสีแดงเบอร์กันดีแบบ Sunray ได้แรงบันดาลใจจากลำแสงความร้อนที่พ่นออกจากปากของ Godzilla เวลาที่มันอาละวาด มาร์กเกอร์แบบขีดขนาดใหญ่และเข็มบอกเวลาเคลือบสารเรืองแสงลูมิไบร์ท โคนเข็มวินาทีแต้มสีแดงพร้อมสารเรืองแสงลูมิไบร์ท มีเข็มบอกพลังงานสำรองที่ตำแหน่ง 7 นาฬิกา และหน้าต่างวันที่ตรงตำแหน่ง 3 นาฬิกา ขอบหน้าปัดด้านในมีสเกลสีขาวสลับสีแดงบนพื้นสีดำ 

ฝาหลังขันเกลียวแบบโปร่งใส พิมพ์รูป Godzilla และหอนาฬิกา SEIKO ที่ห้าง WAKO ในย่านกินซ่า เป็นฉากหนึ่งของภาพยนตร์ภาคแรกในปี 1954 และสลักคำว่า 1954-2019 Godzilla เป็นตัวอักษรคาตะคานะ และหมายเลขประจำเรือน xxx/650 

นาฬิกาขับเคลื่อนด้วยกลไกสปริงไดร์ฟ Cal.9R15 สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง มีจุดเด่นอยู่ที่ความเที่ยงตรงสูงมาก คลาดเคลื่อน 0.5 วินาทีต่อวัน หรือ 10 วินาทีต่อเดือน และมาพร้อมสายหนังฉลามสีดำที่มีการแต้มสีแดงที่สื่อความหมายถึงลำแสงจากปาก Godzilla + โฟลดิ้งบัคเคิลไทเทเนียมแบบ 3 ชั้น กันน้ำลึก 200 เมตร 

Grand Seiko Spring Drive Godzilla 65th Anniversary Limited Edition Ref.SBGA405

ผลิตแบบจำนวนจำกัด 650 เรือน

สำหรับประเทศไทยได้โควต้านำเข้ามาจำหน่ายเพียง 10 เรือนเท่านั้น

ราคา 429,000 บาท วางจำหน่าย พฤศจิกายน 2019 

รายละเอียดเพิ่มเติม grand-seiko.com

Initial Thoughts 

มีการใส่รายละเอียดที่สื่อถึงภาพยนตร์ Godzilla ด้วยการใช้สีแดงเพลิงที่หน้าปัดและสายได้อย่างชัดเจน

กลไกสปริงไดร์ฟและตัวเรือนผลิตจากวอทช์สตูดิโอของ GS เองทั้งหมด ทำให้มั่นใจเรื่องคุณภาพได้อย่างสบายใจ วัสดุตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมที่มีความทนทาน น้ำหนักเบาใส่สบายข้อมือ แต่บางท่านอาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ อันนี้คงต้องเลือกกันตามสะดวก

นาฬิกาเรือนนี้จึงเป็นนาฬิกาที่รวมเอาการครบรอบ 2 สิ่งที่เป็นตัวแทนความภูมิใจของคนญี่ปุ่นได้อย่างดีที่สุด