นาฬิกา Omega เริ่มปรากฏบนข้อมือของสายลับอังกฤษ ในภาพยนตร์ “James Bond 007” ในตอนที่ 17  “Golden Eyes” ตั้งแต่ปี 1995 ในรุ่น “Seamaster 300M Professional” จนทำให้คนจดจำและเรียกนาฬิการุ่นนี้ว่า Bond Watch มาจนถึงปัจจุบัน และนับเป็นเวลา 50 ปีพอดี สำหรับ “On Her Majesty’s Secret Service” ตอนที่ 6 ของภาพยนตร์ “James Bond 007” ออกฉายในปี 1969 Omega จึงเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษ ที่ใช้พื้นฐานจากรุ่น Bond Watch เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปี

ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร ขอบเบเซิลเซรามิกสีดำพร้อมไดฟ์วิ่งสเกลสีขาว หน้าปัดเซรามิกสีดำ สลักรูปเกลียวลำกล้องปืนด้วยเลเซอร์ ชุดเข็มและมาร์กเกอร์ผลิตจากทองคำ 18 กะรัต โดยเพิ่มความพิเศษลงไปด้วยสัญลักษณ์ “Bond family coat-of-arm” ที่มาร์กเกอร์ในตำแหน่ง 12 นาฬิกา และเลข “7” บนจานวันที่ใช้ฟอนท์เดียวกับโลโก้ “James Bond 007”

นาฬิกามาพร้อมสายยางสีดำ ใช้กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์เคลือบตัดแสงสะท้อน กันน้ำลึก 300 เมตร ตามมาตรฐานนาฬิกาดำน้ำสำหรับมืออาชีพ

มีการใส่รายละเอียดพิเศษเข้าไป ด้วยการซ่อนตัวเลข 50 เอาไว้บนสารเรืองแสงซุปเปอร์ลูมิโนว่าที่มาร์กเกอร์ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ซึ่งตรงกับตำแหน่ง 50 นาทีพอดี

ฝาหลังขันเกลียวแบบโปร่งใส พิมพ์โลโก้ “Bond family coat-of-arm” สีทองสลับดำ ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Automatic Omega Co-Axial cal.8800 ความถี่ 25,200 ครั้งต่อชั่วโมง สำรองพลังงาน 55 ชั่วโมง โดยตัวกลไกสามารถป้องกันพลังงานจากสนามแม่เหล็กได้ถึง 15,000 gauss และผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงระดับ Master Chronometer 

ความพิเศษสุดสำหรับนาฬิกาเรือนนี้อีกอย่าง คือ เพลตทองคำ 18 กะรัต ที่ระบุเลขประจำเรือน และ จำนวนผลิต 7,007 เรือน ด้วยโลโก้ 007 โดยยืดแน่นกับด้านข้างตัวเรือนด้วยสกรูทองคำ 18 กะรัต

นาฬิกามาพร้อมกล่องพรีเซนเทชั่นที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ เป็นกล่องสีดำตัดกับสีทอง พิมพ์ลายลำกล้องปืน ในเซตมีสายสตีลและเครื่องมือสำหรับเปลี่ยนสายนาฬิกามาให้พร้อม

Omega Seamaster Diver 300M  “James Bond” Limited Edition ref.210.22.42.20.01.004

ผลิตแบบจำนวนจำกัด 7,007 เรือน ราคา 226,000 บาท
วางจำหน่าย ตุลาคม 2019 

รายละเอียดเพิ่มเติม omegawatches.com

Initial Thoughts 

มีการใส่รายละเอียดที่สื่อความหมายไว้หลายอย่าง ใช้วัสดุทองคำแท้ในตำแหน่งที่เป็นรายละเอียดเฉพาะรุ่น อุปกรณ์และแพคเกจจิ้งที่มาพร้อมนาฬิกาก็หรูหราน่าสะสม 

ราคาเมื่อเทียบกับรุ่นปกติก็ไม่ได้ถือว่าสูงกว่ากันมาก แต่ด้วยจำนวนผลิตที่เรียกว่า “ไม่น้อย” เลยทีเดียวสำหรับนาฬิกาแบบลิมิเต็ด

ถ้ามองในอีกแง่นึง ก็เป็นโอกาสดีที่ทำให้คนมีโอกาส “มากขึ้น” ในการเป็นเจ้าของนาฬิกาที่สวยงามเรือนนี้