ย้อนกลับในปี 2017 Grand Seiko ประกาศแยกแบรนด์ออกมาเป็นอิสระอย่างชัดเจน โดยมีการใช้โลโก้ “Grand Seiko” อย่างเดียวเท่านั้น จากเดิมที่จะใช้โลโก้ “SEIKO” เป็นหลัก และใช้คำว่า “Grand Seiko” เป็น sub-name บนหน้าปัดนาฬิกา

หลังจาก re-branding แล้ว Grand Seiko ได้เปิดตัวรุ่น SBGE201 นาฬิกา GMT ที่มีจุดเด่นตรงที่สามารถหมุนขอบหน้าปัดได้อิสระ ทำให้สามารถคำนวนเวลาในแต่ละไทม์โซนได้อย่างรวดเร็ว โดยมาในตัวเรือนแบบ stainless steel ล้วน และกันน้ำในระดับ 200 เมตร หรือ Diver’s Watch

Grand Seiko เพิ่มความหรูหราให้กับนาฬิการุ่นนี้ขึ้นไปอีก ด้วยการเปิดตัว Spring Drive GMT ที่ใช้วัสดุ 18K Yellow Gold ที่ขอบ Bazel และเม็ดมะยม พร้อมกับหน้าปัดแบบ sunray และขอบสเกล GMT สีน้ำเงิน ใส่เข็มชั่วโมง, นาที, GMT, power reserved และ marker สีทอง และใช้พรายน้ำ LumiBrite

ตัวเรือน stainless steel ขนาด 44mm หนา 14.7mm ขัดแต่งตัวเรือนแบบ Zaratsu (ซาราซึ) ฝาหลัง stainless steel แบบปิดสลักโลโก้สิงโต ภายในบรรจุกลไก Automatic Spring Drive Cal.9R66 สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง และกลไกสามารถรักษาความเที่ยงตรง เฉลี่ย ±1 วินาที/วัน หรือ ±15 วินาที/เดือน ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของกลไก Spring Drive

นาฬิกามาพร้อมสาย stainless steel ตัว buckle บานพับ 3 ชั้น แบบปุ่มกด เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ใช้กระจกแซฟไฟร์แบบ dual curve และกันน้ำลึก 200 เมตร

Grand Seiko Spring Drive GMT (SBGE248) ราคา 11,500 USD หรือ 1,300,000 JPY วางจำหน่ายเดือน กันยายน 2019

เมื่อเทียบกับรุ่นที่เป็น steel ล้วน ตัวขอบหน้าปัด 18K Yellow gold ราคาสูงกว่าเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว แต่ถ้าคุณเป็นคนชอบนาฬิกาที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร ราคาอาจจะไม่ใช่อุปสรรคต่อการตัดสินใจเลือ