ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 Omega เปิดตัวนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ในตระกูล Seamaster ด้วยการดำน้ำได้ลึกถึง 600M หรือเท่าตัวจากรุ่น professional 300M และเป็นนาฬิกาในยุคแรกๆของ Omega ที่ใส่ระบบ Co-Axial escapement ลงไปในกลไก เพื่อยืดอายุการใช้งาน ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในยุคนั้น

สำหรับ 1st Gen ของ Seamaster Planet Ocean 600M นั้นจะออกมาเป็น 2 สี คือ หน้าปัดสีดำขอบเบเซิลสีดำ และหน้าปัดสีดำขอบเบเซิลสีส้ม ซึ่ง Omega เลือกใช้สีส้มเป็นสีธีมของคอลเลคชั่น

ใช้เข็ม Board Arrow และตัวเลขอารบิค 6 9 12 จากวินเทจปี 1957 ที่ถือเป็นรุ่นแรกของนาฬิกาดำน้ำเต็มตัวของ Seamaster และเคยปรากฎตัวบนข้อมือของ James Bond 007 ถึง 2 ภาค (Casino Royale, Quantum of Solace)

ในงาน Time to Move 2019 ที่ผ่านมา Omega เปิดตัว Seamaster Planet Ocean 600M “White” ที่มีเอกลักษณ์ที่ยกมาจากรุ่นแรกครบถ้วน

แต่ที่พิเศษก็คือ หน้าปัดสีขาวสะอาดตัดกับสเกลนาทีสีดำสนิท มาร์กเกอร์และเข็ม board arrow และมาร์กเกอร์สีเงินหยอดพรายน้ำซุปเปอร์ลูมิโนวา และคำว่า “Seamaster” และตัวเลข 6 9 12 สีส้ม

ตัวเรือนสเตเลสสตีล ขนาดหน้าปัด 43.5 มม. ตัวเรือนและสายปัดด้าน ตามสไตล์ “tools watch” สำหรับมืออาชีพ ฮีเลียมวาล์วสำหรับคายก๊าซฮีเลียมเวลาดำน้ำลึกที่ตำแหน่ง 10 น. ตัวบัคเคิลยาวเป็นพิเศษ สำหรับเก็บซ่อนบานพับ extention link สำหรับชุดดำน้ำ

กลไก in-house cal.8900 Co-Axial Escapement มีคุณสมบัติที่ทนทานใช้งานได้ยาวนาน และผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงในระดับโครโนมิตเตอร์ สำรองลาน 60 ชั่วโมง ใช้ silicon balance spring ที่สามารถต้านทานพลังงานจากสนามแม่เหล็กได้ถึง 15,000 gauss โดยไม่ต้องมีเกราะอ่อนหรือ soft iron ป้องกัน เพื่อโชว์กลไกที่ขัดแต่งอย่างสวยงามผ่านฝาหลังใส ที่สามารถกันน้ำได้ลึก 600 ม. สูงกว่ามาตรฐานนาฬิกาดำน้ำระดับมืออาชีพเท่าตัว

Omega Seamaster Planet Ocean 600M จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2019 ในราคา 226,000 บาท ในรุ่นสายเหล็ก และราคา 214,000 บาท ในรุ่นสายนาโต้

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาดำน้ำที่ลึกเป็นพิเศษ Planet Ocean 600M “White” เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในราคาที่คุ้มค่า ทั้งตัวเรือนที่แข็งแรง สวยงาม โดดเด่นไม่ซ้ำแบบใครอีกด้วย