คนส่วนใหญ่ จะรู้จัก Submariner ที่เป็นเหมือน Iconic ของแบรนด์ไปแล้ว ในฐานะนาฬิกาดำน้ำของ Rolex แต่ยังมีนาฬิกาดำน้ำอีกรุ่นที่ถือว่าเป็นขั้นสุดกว่า สำหรับมืออาชีพที่ต้องนาฬิกาที่สามารถรองรับการทำงานใต้น้ำที่ลึกกว่า นั่นคือ Sea-Dweller

Sea-Dweller เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1967 เริ่มต้นจากรุ่นแรกที่กันน้ำ 2,000ft หรือ 610m โดยพิมพ์ชื่อรุ่นเป็นสีแดงบนหน้าปัด และพัฒนาประสิทธิภาพการกันน้ำจนมาถึงระดับ 4,000ft หรือ 1,220m เรียกว่ารุ่น Sea-Dweller 4000 จนถึงงาน Baselworld 2017 เปิดตัว Ref.126600 เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือ ขนาดของ Sea-Dweller ที่จากเดิมขนาด 40mm มาตลอด ขยายเป็น 43mm และใส่ Cyclop หรือเลนส์ขยายวันที่เข้ามาเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปีของนาฬิการุ่นนี้ที่ไม่เคยมีมาก่อน

มาถึง Baselworld 2019 เปิดตัว Sea-Dweller 4000 Ref.126603 และมีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับ Sea-Dweller อีกครั้ง คือ การใช้วัสดุ 18k Yellow Gold ที่ Rolex เรียกว่า Yellow Rolesor มาในแบบ 2tones หน้าปัดขนาด 43mm มิติตัวเรือน รวมถึง helium escape vale สำหรับระบายก๊าซฮีเลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกาดำน้ำลึกอย่าง Sea-Dweller เหมือนกับตัว full stainless steel ทุกอย่าง

ในส่วนของ 18k Yellow gold จะเพิ่มมาในส่วนของข้อสายตรงกลาง, ขอบ bezel, มาร์กเกอร์, เข็ม, เม็ดมะยม และชื่อรุ่น “Sea-Dweller” ก็ยังเลือกใช้สีทอง ทำให้บุคลิกจาก Tools Watch กลายเป็นนาฬิกาที่ดูหรูหรามากขึ้น แต่ยังคงความบึกบึนไว้เช่นเดิม

ใช้กลไก cal.3235 ที่ถือว่าเป็นกลไกอัตโนมัติยุคใหม่ของ Rolex และจะเป็นเครื่องมาตรฐานต่อไปในอนาคตแทนที่ cal.3135 ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1988 โดย Rolex จะเปลี่ยนให้กับนาฬิการุ่นใหม่ๆที่ทยอยเปิดตัวออกมาในอนาคต โดยรุ่นนี้พัฒนาตัวเครื่อง ระบบกันสะเทือนใหม่หมด และสำรองลานได้ถึง 70 ชั่วโมง

ราคา 570,700 บาท
วางจำหน่าย: ภายในปี 2019

โดยรวมแล้วแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของ Rolex ในการเลือกวางนาฬิกาแต่ละรุ่นให้ครอบคลุมกับนักสะสมทุกกลุ่มทุกความต้องการมากขึ้น สมกับเป็นนาฬิกาหรูหรามหาชนจริงๆ