ในช่วงเวลาที่ผ่านมา Constellation Manhattan ก็มีการพัฒนาจากเดิม ทั้งด้านวัสดุ กลไก และการออกแบบ และเริ่มเข้าสู่รูปแบบที่เราคุ้นตากันในปัจจุบัน ทั้งที่มีการออกแบบและผลิตต่อเนื่องมาถึง 37 ปี แต่ยังคงความทันสมัยและคลาสสิคเอาไว้ในเรือนเดียว

1982 Omega Constellation “Manhattan”

1982 Constellation “Manhattan”: การออกแบบอย่างประณีตของ “Manhattan” นั้นเป็นสิ่งที่ยังคงส่งอิทธิพลมาถึงคอลเลคชั่น Constellation ในปัจจุบัน เอกลักษณ์ที่เป็นที่เด่นชัดมากที่สุดคือขอบตัวเรือนที่ตกแต่งด้วยชุดกรงเล็บทั้งสี่แห่งซึ่งคอยทำหน้าที่ยึดกระจกแซฟไฟร์และซีลยางให้ติดกับตัวเรือนเพื่อให้มั่นใจว่านาฬิกาจะสามารถรักษาคุณสมบัติกันน้ำไว้ได้

นอกเหนือจากนี้ยังมีตัวเรือนทรงบาร์เรลที่มาพร้อมกับเหลี่ยมของขานาฬิกาทรงจันทร์ครึ่งซีก หน้าปัดที่โค้งสมบูรณ์แบบและหลักชั่วโมงบนขอบตัวเรือน ท้ายที่สุดคือสายนาฬิกาพร้อมกับข้อสายที่คุ้นเคยที่ทั้งสวมใส่ง่ายและน่าหลงใหล
  

1995 Omega Constellation ’95

1995 Constellation ’95: แม้จะได้รับการปรับโฉมใหญ่เป็นครั้งแรกแต่ทาง OMEGA ก็ยังคงรักษาการตกแต่งด้วยกรงเล็บแบบดั้งเดิมไว้แต่ได้ตัดทอนคุณสมบัติด้านการกันน้ำออกไป เรือนเวลาแต่ละรุ่นได้รับการปรับปรุงให้มีความอ่อนโยนและรูปทรงที่โค้งมากยิ่งขึ้น กระจกแซฟไฟร์ได้รับการเปลี่ยนให้เป็นทรงโดม หลักชั่วโมงเลขโรมันถูกย้ายบนหน้าปัดถูกย้ายขึ้นไปยังบนขอบตัวเรือนแทน รวมไปถึงการเปลี่ยนมาใช้ชุดเข็มแบบ “บาตอง” และประดับเพชร

ในช่วงเดียวกันนี้เองที่ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด (Cindy Crawford) ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัว OMEGA และเธอได้มีส่วนช่วยสำคัญในทันทีด้วยการร่วมคัดเลือกแบบขั้นสุดท้ายให้กับ Constellation คอลเลคชั่นใหม่

2003 Omega Constellation “Double Eagle”

2003 Constellation “Double Eagle”: นาฬิกา Constellation “Double Eagle” ได้รับการเผยโฉมเป็นครั้งแรกที่ทัวร์นาเมนต์กอล์ฟรายการ OMEGA European Masters ในปี 2003 ซึ่งเป็นเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีที่ยังคงยึดมั่นในแนวคิดของความเที่ยงตรงคู่กับความมีระดับอย่างไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่โดดเด่นที่สุดและสร้างความแตกต่างให้กับเรือนเวลาดังกล่าวคือกลไก Co-Axial Chronometer Calibre 2500 (กลไก Co-Axial แบบแรกของแบรนด์ OMEGA)

จึงนับได้ว่าเป็นการยกมาตรฐานของความเที่ยงตรงของแบรนด์ให้เหนือขึ้นไปอีกระดับ รูปลักษณ์ภายนอกนั้น เรือนเวลาขนาด 31 มม. นั้นโดดเด่นด้วยกรงเล็บขนาดใหญ่ ชุดเข็มทรงดอฟิน (dauphine) และหลักชั่วโมงรีเวททรงบาแก็ต
 

2009 Omega Constellation ’09

2009 Constellation ’09: การปรับโฉมของคอลเลคชั่นในปี 2009 นั้นมาพร้อมกับการปรับปรุงชุดกรงเล็บ, หน้าปัดแบบใหม่และหลักชั่วโมงแบบครึ่งพระจันทร์ เช่นเดียวกับหัวสายระบบบานพับ และสายนาฬิกาใหม่แบบ “mono-rang” ที่ได้รับการวิจัยมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสูงสุดในการสวมใส่แก่ผู้ใช้งาน หน้าปัดของนาฬิกาบางแบบยังได้รับการออกแบบเป็นลายรัศมีซูเปอร์โนวาที่แผ่ฉายออกจากดาว Constellation ห้อมล้อมรอบอยู่ระหว่างหลักชั่วโมงประดับเพชร

นับเป็นอีกครั้งที่การปรับออกแบบของคอลเลคชั่นได้ทำให้เรือนเวลาได้มีโอกาสฉายคุณค่าความงดงามอย่างทันสมัยของ Constellation

เปิดตัวคอลเลคชั่น “Manhattan” ปี 2018
ด้วย Constellation สำหรับสุภาพสตรีจำนวนกว่า 101 รุ่น ที่เผยโฉมในปีนี้ จึงมีรายละเอียดหลากหลายให้ค้นหาและพิจารณา ในขณะที่ทุกจุดของนาฬิกาได้รับการปรับโฉมใหม่อย่างวิจิตร แม้แต่การออกแบบระดับไอคอนิกของ Constellation ก็ยังคงได้รับการรักษาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

ตัวเรือนมีให้เลือก 3 ขนาด คือ 25 , 28 , 29 mm
ใช้กลไก OMEGA Quartz Calibre 4061 (ขนาด 25 มม. และ 28 มม.)
และ OMEGA Automatic Master Chronometer Calibre 8700/8701 (ขนาด 29 มม.)
วัสดุตัวเรือนและสายแบบ Stainless Steel , Stainless Steel + 18K Yellow Gold , Stainless Steel + 18K Sedna Gold , All 18K Yellow Gold , All 18K Sedna Gold

กรงเล็บสำหรับในด้านของขอบตัวเรือนใหม่นั้น กรงเล็บของ Constellation ได้ถูกปรับให้บางลงเพื่อให้กลมกลืนกับตัวเรือนมากยิ่งขึ้น การขัดแต่งนั้นก็ทำให้กรงเล็บสามารถผสานเข้ากับขอบตัวเรือนและตัวเรือนเวลาได้อย่างไร้ที่ติ

รายละเอียดสุดประณีตของเม็ดมะยมนั้นเป็นดั่งสัญญาณที่แสดงถึงการปรับโฉมการออกแบบสำหรับ Constellation ของ OMEGA โดยหากพิจารณาอย่างละเอียดแล้วจะพบว่าซี่เม็ดมะยมทั้งสิบได้รับการออกแบบให้เป็นทรงครึ่งพระจันทร์ซึ่งช่วยเสริมสัมผัสแห่งสตรีให้กับเรือนเวลา เฉกเช่นเดียวกับมุมครึ่งพระจันทร์บนตัวเรือน

บนหน้าปัดได้รับการติดตั้งด้วยชุดเข็มแบบฉลุที่ได้รับการปรับปรุงให้มีรูปทรงที่บางยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรี ในขณะที่หลักชั่วโมงแบบใหม่นั้นได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากบรรดาตึกระฟ้าในย่าน Manhattan ซึ่งจุดที่โดดเด่นที่สุดคงจะหนีไม่พ้นมุมอาคารทรงสามเหลี่ยมของ Freedom Tower

ในคอลเลคชั่นมีสายนาฬิกาเพียงแค่ 2 แบบเท่านั้นจึงสะดวกต่อการจดจำ
สายนาฬิกาสำหรับเรือนเวลากลไกควอทซ์จะคล้ายคลึงกับสายนาฬิกาของ Constellation ’09 ในขณะที่เรือนเวลาขนาด 29 มม. ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Master Chronometer นั้นจะได้รับสายนาฬิกาที่หรูยิ่งกว่า

โดยสายนาฬิกาแบบใหม่นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลคชั่น Constellation ดั้งเดิมอย่าง “Manhattan” ซึ่งโดดเด่นด้วยการขัดข้อนาฬิกาในส่วนของ“มิดบาร์” หัวสายสำหรับเรือนเวลารุ่นใหม่มาพร้อมกับโดมที่ครอบชื่อและตราสัญลักษณ์ของแบรนด์ OMEGA หัวสายได้รับการขัดแบบครึ่งพระจันทร์ อีกทั้งยังมีระบบปรับสายที่สามารถเพิ่มความยาวสายได้อีก 2 มม. ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

การออกแบบตัวเรือนสำหรับบรรดาเรือนเวลาขนาด 29 มม.ให้มีขนาดบางนั้นเป็นจริงได้จากการติดตั้งกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมที่ฝาหลังซึ่งช่วยให้ดูกลมกลืนไปกับความหนาของกลกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ สำหรับเรือนเวลาขนาด 25 มม. และ 28 มม.นั้นบริเวณฝาหลังจะได้รับการติดตั้งด้วยเหรียญตราหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์อันโด่งดังแทน

ภายในนาฬิกา Constellation ขนาด 29 มม. แต่ละรุ่นล้วนได้รับการรับรองมาตรฐานระดับ Master Chronometer ซึ่งเป็นการรับรองถึงความเที่ยงตรงระดับสูงสุด ประสิทธิภาพและคุณสมบัติในการต้านทานสนามแม่เหล็กที่ไร้ผู้เปรียบในวงการผู้ผลิตเครื่องบอกเวลา เพื่อที่จะให้ได้รับการรับรองดังกล่าว

กลไกนาฬิกาคือสิ่งแรกที่จะต้องผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ตามกำหนดมาตรฐานของ COSC (Official Swiss Chronometer Control) หลังจากกลไกได้รับการประกอบเข้ากับนาฬิกาโดยสมบูรณ์แล้วจะต้องผ่านการทดสอบทั้ง 8 ด้านของการทดสอบมาตรฐานโครโนมิเตอร์ ซึ่งรวมไปถึงการเผชิญกับสนามแม่เหล็กระดับ 15,000 เกาส์

4 สุภาพสตรีกับ Iconic Collection

4 สุภาพสตรีตัวแทนจาก Constellation Manhattan

สำหรับ OMEGA แล้ว คอลเลคชั่น Constellation นั้นเป็นดั่งเพชรเม็ดเอกในหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานของการผลิตเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีของแบรนด์ สตรีจากทุกสังคมและทั่วทุกมุมโลกต่างแสดงความสนใจและต้องมนต์เสน่ห์ของเรือนเวลาดังกล่าวนับเป็นเวลาตลอดหลายทศวรรษที่ความงามและความเที่ยงตรงนั้นได้รับความนิยมไปทั่วโลกและความนิยมยังถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
ดังนั้นการรังสรรค์แคมเปญใหม่ของ Constellation ในปี 2018 แบรนด์ OMEGA จึงได้ไม่เลือกเพียงแค่หนึ่ง แต่เลือกถึง 4 สตรีผู้เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ทั้งซินดี้ ครอว์ฟอร์ด (Cindy Crawford), นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman), อาเลซังดรา อังบรอซียู (Alessandra Ambrosio) และหลิว ซือซือ (Liu Shishi) พวกเธอล้วนต่างเป็นตัวแทนของความเหนือระดับและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพแบบเดียวกับคอลเลคชั่น Constellation เฉกเช่นเดียวกับรุ่นต่างๆ แอมบาสเดอร์ทั้ง 4 นั้น ล้วนต่างมีเอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญในแบบฉบับของตนเอง

ช่างภาพแฟชั่นอย่าง เดมอน เบเกอร์ (Damon Baker) รับหน้าที่เป็นผู้ลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพสุภาพสตรีทั้งสี่ในคอนเซ็ปต์ความมินิมัลสุดชิคที่ผ่านการตีความตามนิยามย่านตึกระฟ้าในย่าน Manhattan ด้วยโทนสีขาวและทอง ที่สอดผสานอย่างลงตัวกับสีแดงของ OMEGA ในรูปแบบเดียวกับนิทรรศการ “Her Time” ที่เดินทางจัดไปทั่วโลกตั้งแต่กรุงปารีสไปจนถึงนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

สำหรับผู้ที่สนใจทั้งคุณผู้ผญิงที่กำลังมองหาของขวัญให้ตัวเอง หรือคุณผู้ชายที่กำลังมองหาของขวัญให้คนที่รัก