แบรนด์จากค่าย Richemont เปิดตัว “Cartier Privé Tonneau และ Cartier Privé Tonneau Skeleton Dual Time”

Cartier Privé Tonneau Large Size มีฟังก์ชั่นบอกเวลาแบบ sigle time ตัวเรือนทรงถังเบียร์สุดคลาสสิค ด้านหน้าโค้งนูน ด้านหลังโค้งรับข้อมือ ขอบตัวเรือนด้านหน้าปัดเงาและด้านข้างปัดด้าน ส่วนของหน้าปัดแบบขัดเป็นลายทาง ใช้มาร์กเกอร์แบบเลขโรมันนูนมีมิติ เข็ม blue steel ทรง Breguet เม็ดมะยมประดับทับทิมสีน้ำเงินในรุ่นปกติและสีแดงในรุ่น limited edition ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของ Cartier โดยเฉพาะ

ในตัวเรือนที่แบนบางบรรจุเครื่อง Cartier in-shouse 1917 MC เครื่องขนาดเล็ก ที่สามารถใส่ในนาฬิกาที่มีตัวเรือนขนาดเล็กหรือหน้าแคบได้อย่างไม่มีปัญหา ระบบขึ้นลานด้วยมือและสำรองลาน 38 ชั่วโมง

ref.WGTN005
ref.WGTN0006

โมเดลนี้มาด้วยกัน 2 วัสดุ คือ รุ่นปกติ ตัวเรือน pink gold หน้าปัดสีทอง สายหนังจระเข้สีน้ำตาล ราคาประมาณ €18,000 และรุ่น limited edition ตัวเรือน platinum หน้าปัดสีเงิน สายหนังจระเข้สีดำ จำนวน 100 เรือน ราคาประมาณ 21,000 EUR

ref.WHTN0006

มาถึงรุ่นใหญ่อย่างเจ้า Cartier Privé Tonneau Skeleton Dual Time ขนาดใหญ่ขึ้นจากรุ่นปกติ หน้าปัดเป็นแบบ Skeleton ที่โชว์ภายในให้เห็นถึงกลไก Cartier in-house 9919 MC ระบบขึ้นลานด้วยมือและสำรองลานถึง 60 ชั่วโมง

cal.9919MC

เครื่อง 9919 MC มีความพิเศษอยู่ตรงที่สามารถบอกเวลาได้ 2 time zones โดยแบ่งเป็น 2 หน้าปัดแยกจากกัน ด้วยตัวเรือนเป็นทรงยาว จึงมีการออกแบบสะพานไว้วางชุดเฟืองขับได้ถึง 2 หน้าปัด

ref.WHTN0005

สำหรับวิธีการใช้งานเม็ดมะยมตรง 2 น. ใช้ขึ้นลานด้วยมือ และปรับตั้งเวลาหน้าปัดด้านบน ส่วนมะยมด้านล่างทำหน้าที่หมุนปรับตั้งเวลาเข็มชั่วโมงของหน้าปัดด้านล่าง โดยการปรับเวลาทีละ 1 ชั่วโมง โดยไม่ขยับเข็มนาทีในหน้าปัดด้านล่างเลย ทำให้นาฬิกาเรือนนี้สามาถตั้งเวลา 2 ประเทศได้อย่างอิสระ

Cartier Privé Tonneau Skeleton Dual Time มี 2 วัสดุ คือ platinum สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน ราคาประมาณ 63,000 EUR และ pink gold สายหนังจระเข้สีน้ำตาล ref.WHTN0005 ราคาประมาณ 55,000 EUR
โดยทั้งคู่ผลิตแบบ limited edition อย่างละ 100 เรือน